การขออนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกบริเวณโรงงาน หรือที่ผู้ประกอบการคุ้นเคยกันในชื่อ กอ.1 เป็นขั้นตอนสำคัญสำหรับโรงงานที่ต้องการนำของเสียออกไปจัดการภายนอกโรงงาน
ปัจจุบันการดำเนินการเกี่ยวกับ กอ.1 อยู่ภายใต้ระบบ i-Industry ของกระทรวงอุตสาหกรรม โดยโรงงานผู้ก่อกำเนิดของเสียต้องดำเนินการขออนุญาตและจัดเตรียมข้อมูลที่เกี่ยวข้องให้ถูกต้องก่อนนำวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกจากโรงงาน
แต่ในทางปฏิบัติ โรงงานจำนวนไม่น้อยพบปัญหา กอ.1 ไม่ผ่าน หรือ กอ.1 ถูกตีกลับ หรือได้รับแจ้งให้แก้ไขข้อมูล ทำให้ไม่สามารถดำเนินการนำของเสียออกจากโรงงานได้ตามแผน
บทความนี้จะสรุปสาเหตุที่มักทำให้การดำเนินการ กอ.1 มีปัญหา พร้อมแนวทางตรวจสอบและแก้ไขเบื้องต้น
กอ.1 ไม่ผ่าน หมายความว่าอย่างไร?
คำว่า กอ.1 ไม่ผ่าน อาจเกิดขึ้นได้จากหลายกรณี เช่น ข้อมูลหรือเอกสารประกอบคำขอไม่ครบถ้วน ข้อมูลของวัสดุที่ไม่ใช้แล้วไม่สอดคล้องกัน การเลือกผู้รับดำเนินการไม่เหมาะสม หรือคำขออยู่ในสถานะที่ต้องดำเนินการเพิ่มเติม
ดังนั้น สิ่งแรกที่ควรทำเมื่อพบว่าคำขอมีปัญหา คือ ตรวจสอบสถานะของคำขอและรายละเอียดที่ระบบหรือเจ้าหน้าที่แจ้งให้แก้ไขก่อน ไม่ควรรีบยื่นคำขอใหม่โดยไม่ตรวจสอบสาเหตุ
กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีระบบงานสำหรับการขออนุญาต กอ.1 และระบบแสดงผลการจัดการ กอ.2 แยกกัน และมีช่องทางให้ผู้ประกอบการสอบถามปัญหาการใช้งานระบบกากอุตสาหกรรมโดยตรง
10 สาเหตุที่อาจทำให้ กอ.1 มีปัญหา และแนวทางแก้ไข
1. ข้อมูลวัสดุที่ไม่ใช้แล้วไม่ถูกต้องหรือไม่สอดคล้องกัน
หนึ่งในจุดสำคัญของการขอ กอ.1 คือข้อมูลเกี่ยวกับวัสดุที่ไม่ใช้แล้วต้องมีความถูกต้องและสอดคล้องกับข้อเท็จจริงของโรงงาน
ตัวอย่างข้อมูลที่ควรตรวจสอบ ได้แก่
-
- ชื่อวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว
- รหัสของเสีย
- ปริมาณที่ต้องการนำออก
- ลักษณะและแหล่งกำเนิดของของเสีย
- วิธีการจัดการ
- ผู้รับดำเนินการ
หากข้อมูลที่กรอกในระบบไม่สอดคล้องกับข้อมูลหรือเอกสารประกอบ อาจทำให้ต้องแก้ไขรายละเอียดก่อนการพิจารณา
แนวทางแก้ไข: ตรวจสอบข้อมูลตั้งแต่ต้นทาง โดยเปรียบเทียบข้อมูลในระบบกับข้อมูลของโรงงาน เอกสารประกอบ และข้อมูลของผู้รับดำเนินการให้ตรงกัน
2. เลือกวิธีการจัดการของเสียไม่สอดคล้องกับประเภทของเสีย
ของเสียแต่ละประเภทอาจมีวิธีการจัดการที่แตกต่างกัน การเลือกวิธีจัดการจึงควรพิจารณาจากลักษณะของวัสดุที่ไม่ใช้แล้วและความสามารถในการรับจัดการของผู้รับดำเนินการ
ตัวอย่างเช่น ของเสียบางประเภทอาจเหมาะกับการนำกลับมาใช้ประโยชน์หรือรีไซเคิล ขณะที่ของเสียบางประเภทอาจต้องผ่านกระบวนการบำบัดหรือกำจัดตามลักษณะของเสีย
แนวทางแก้ไข: ก่อนยื่น กอ.1 ควรตรวจสอบว่า
-
- ของเสียคืออะไร
- เกิดจากกระบวนการผลิตใด
- มีคุณสมบัติหรือลักษณะสำคัญอย่างไร
- จะส่งไปจัดการด้วยวิธีใด
- ผู้รับดำเนินการสามารถรับจัดการด้วยวิธีดังกล่าวได้หรือไม่
หากไม่แน่ใจ ควรตรวจสอบข้อมูลกับผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการกากอุตสาหกรรมก่อนยื่นคำขอ
3. ข้อมูลผู้รับดำเนินการไม่ถูกต้อง
กอ.1 ไม่ได้เกี่ยวข้องเฉพาะข้อมูลของโรงงานผู้ก่อกำเนิดเท่านั้น แต่ยังเกี่ยวข้องกับ ผู้รับดำเนินการที่จะรับวัสดุที่ไม่ใช้แล้วไปจัดการด้วย
กรมโรงงานอุตสาหกรรมกำหนดให้ผู้ก่อกำเนิดและผู้รับดำเนินการดำเนินการในระบบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วตามหน้าที่ของแต่ละฝ่าย
ดังนั้น หากข้อมูลผู้รับดำเนินการไม่ตรง หรือเลือกผู้รับดำเนินการไม่ถูกต้อง อาจทำให้การดำเนินการต่อมีปัญหาได้
แนวทางแก้ไข: ตรวจสอบชื่อผู้รับดำเนินการ ข้อมูลโรงงาน/สถานประกอบการ และความสามารถในการรับจัดการของเสียประเภทนั้นก่อนส่งคำขอ
4. ผู้รับดำเนินการไม่ตอบรับ
อีกปัญหาที่พบได้ในการดำเนินการเกี่ยวกับกากอุตสาหกรรม คือโรงงานผู้ก่อกำเนิดดำเนินการคำขอแล้ว แต่ผู้รับดำเนินการยังไม่สามารถตอบรับได้
ในระบบเดิมของกรมโรงงานฯ มีการระบุว่ากรณีผู้รับกำจัดไม่พบรายการคำขอ จำเป็นต้องตรวจสอบสถานะของคำขอและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง เช่น เลขทะเบียนโรงงานให้ถูกต้อง
สำหรับระบบปัจจุบัน จึงควรตรวจสอบสถานะคำขอและข้อมูลของคู่สัญญา/ผู้รับดำเนินการให้ตรงกัน
แนวทางแก้ไข:
-
- ตรวจสอบสถานะคำขอ
- ตรวจสอบข้อมูลผู้รับดำเนินการ
- ติดต่อผู้รับดำเนินการให้ตรวจสอบรายการในระบบ
- หากข้อมูลไม่ถูกต้อง ให้ดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอนของระบบ
5. เอกสารประกอบไม่ครบถ้วน
การขออนุญาตนำสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วออกนอกโรงงานต้องดำเนินการพร้อมข้อมูลและเอกสารหลักฐานประกอบตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด
ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจมาจากการเตรียมเอกสารไม่ครบ หรือข้อมูลในเอกสารไม่ตรงกับข้อมูลที่กรอกในระบบ
แนวทางแก้ไข: ก่อนส่งคำขอ ควรจัดทำ Checklist เอกสารและตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลทุกจุด เช่น ชื่อโรงงาน รายละเอียดของเสีย ปริมาณ วิธีการจัดการ และข้อมูลผู้รับดำเนินการ
6. ปริมาณของเสียที่แจ้งไม่สอดคล้องกับข้อมูลของโรงงาน
ปริมาณเป็นอีกข้อมูลที่ควรตรวจสอบอย่างละเอียด เพราะโรงงานควรสามารถอธิบายที่มาของปริมาณวัสดุที่ไม่ใช้แล้วได้
หากตัวเลขที่ยื่นไม่สอดคล้องกับข้อมูลการผลิต การจัดเก็บ หรือข้อมูลที่เกี่ยวข้อง อาจทำให้ต้องชี้แจงหรือแก้ไขข้อมูล
แนวทางแก้ไข: ควรตรวจสอบข้อมูลย้อนหลังจากบันทึกของโรงงาน และใช้ข้อมูลที่สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้
7. ข้อมูลในระบบไม่ตรงกับข้อมูลของโรงงาน
บางกรณีปัญหาไม่ได้เกิดจากข้อมูลของเสียโดยตรง แต่เกิดจากข้อมูลพื้นฐานของกิจการหรือโรงงาน
ก่อนยื่นควรตรวจสอบว่า
-
- ข้อมูลกิจการถูกต้อง
- ข้อมูลโรงงานถูกต้อง
- ผู้ใช้งานมีสิทธิ์ดำเนินการ
- ข้อมูลผู้รับดำเนินการถูกต้อง
- รายละเอียดคำขอตรงกับเอกสารประกอบ
กรมโรงงานอุตสาหกรรมระบุว่า ผู้ประกอบการที่ใช้งานระบบ i-Industry ต้องลงทะเบียน เพิ่มข้อมูลกิจการ/โรงงาน และยืนยันตัวตนก่อนดำเนินการเกี่ยวกับการจัดการกากอุตสาหกรรม
8. กรอกข้อมูลในระบบ i-Industry ผิด
การดำเนินการ กอ.1 ในปัจจุบันใช้ระบบ i-Industry จึงมีขั้นตอนการกรอกข้อมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์
ข้อผิดพลาดอาจเกิดได้ตั้งแต่การเลือกข้อมูล การกรอกปริมาณ การเลือกผู้รับดำเนินการ หรือการแนบข้อมูลประกอบ
หากพบว่าข้อมูลไม่ถูกต้อง ควรตรวจสอบสถานะคำขอก่อนว่าระบบเปิดให้แก้ไขในขั้นตอนใด หรือจำเป็นต้องดำเนินการตามขั้นตอนอื่น
ข้อควรระวัง: อย่าคัดลอกข้อมูลจากคำขอเดิมมาใช้โดยไม่ตรวจสอบ เพราะอาจทำให้ข้อผิดพลาดเดิมเกิดซ้ำ
9. ยื่นคำขอโดยไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลก่อนส่ง
การกรอกข้อมูลจำนวนมากในครั้งเดียวอาจทำให้เกิดข้อผิดพลาดเล็ก ๆ เช่น ตัวเลขไม่ตรง ชื่อผู้รับดำเนินการผิด หรือเลือกข้อมูลไม่ตรงกับเอกสาร
วิธีลดปัญหาคือทำ Pre-submission Checklist ก่อนกดส่งทุกครั้ง
ตัวอย่าง Checklist ได้แก่
-
- ข้อมูลโรงงานถูกต้อง
- ชื่อวัสดุที่ไม่ใช้แล้วถูกต้อง
- รหัสของเสียถูกต้อง
- ปริมาณถูกต้อง
- วิธีการจัดการสอดคล้องกับของเสีย
- ผู้รับดำเนินการถูกต้อง
- เอกสารประกอบครบ
- ข้อมูลในเอกสารตรงกับข้อมูลในระบบ
- ตรวจสอบสถานะคำขอก่อนส่ง
10. ไม่ทราบว่าคำขออยู่ในสถานะใด
บางครั้งผู้ประกอบการเห็นว่าคำขอ ไม่ผ่าน แต่ไม่ได้ตรวจสอบรายละเอียดของสถานะหรือข้อความแจ้งเตือน ทำให้ไม่ทราบว่าต้องแก้ไขอะไร
สิ่งสำคัญคือ อย่าดูเพียงคำว่า ไม่ผ่าน แต่ให้ตรวจสอบรายละเอียดของคำขอและข้อความที่ระบบหรือเจ้าหน้าที่แจ้งด้วย
หากเป็นปัญหาทางเทคนิคของระบบ กรมโรงงานอุตสาหกรรมมีศูนย์บริการให้คำแนะนำการใช้งานระบบกากอุตสาหกรรมที่หมายเลข 02-430-6980
กอ.1 ไม่ผ่าน ควรทำอย่างไร ขั้นตอนตรวจสอบเบื้องต้น
หากพบว่าคำขอ กอ.1 มีปัญหา สามารถเริ่มตรวจสอบตามลำดับดังนี้
ขั้นตอนที่ 1: ตรวจสอบสถานะคำขอ
เข้าสู่ระบบและตรวจสอบว่าคำขออยู่ในสถานะใด รวมถึงอ่านข้อความหรือรายละเอียดที่ระบบแจ้ง
ขั้นตอนที่ 2: ตรวจสอบสาเหตุ
แยกให้ออกว่าปัญหาเกิดจาก
-
- ข้อมูล
- เอกสาร
- ผู้รับดำเนินการ
- วิธีการจัดการ
- ปริมาณ
- หรือปัญหาทางเทคนิคของระบบ
ขั้นตอนที่ 3: ตรวจสอบข้อมูลกับผู้รับดำเนินการ
หากปัญหาเกี่ยวข้องกับผู้รับดำเนินการ ควรตรวจสอบข้อมูลร่วมกัน ไม่ควรแก้เฉพาะฝั่งโรงงานโดยไม่ตรวจสอบกับผู้รับดำเนินการ
ขั้นตอนที่ 4: แก้ไขข้อมูลหรือดำเนินการใหม่ตามสถานะของคำขอ
เมื่อทราบสาเหตุแล้ว จึงดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอนที่ระบบกำหนด
ขั้นตอนที่ 5: ตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดก่อนส่งอีกครั้ง
ก่อนส่งคำขอใหม่หรือแก้ไขคำขอ ควรตรวจสอบข้อมูลทุกส่วนให้ตรงกัน เพื่อลดโอกาสเกิดปัญหาซ้ำ
หาก กอ.1 ถูกตีกลับหลายครั้ง ควรทำอย่างไร
หากโรงงานแก้ไข กอ.1 แล้วไม่ผ่านหลายครั้ง สิ่งที่ควรทำคือ หยุดแก้แบบลองผิดลองถูก และวิเคราะห์ปัญหาเป็นระบบ
ควรตรวจสอบตั้งแต่ต้นว่า
วัสดุที่ไม่ใช้แล้ว → รหัส/รายละเอียด → ปริมาณ → วิธีการจัดการ → ผู้รับดำเนินการ → เอกสาร → ข้อมูลใน i-Industry
มีความสอดคล้องกันทั้งหมดหรือไม่ หากพบว่าปัญหาเกี่ยวข้องกับการตีความข้อมูลของเสียหรือวิธีการจัดการ อาจจำเป็นต้องให้ผู้มีประสบการณ์ด้านกฎหมายและระบบการจัดการกากอุตสาหกรรมช่วยตรวจสอบก่อนยื่นใหม่
ต้องทำ กอ.1 ใหม่ทุกครั้งหรือไม่
ไม่ควรสรุปว่า กอ.1 ไม่ผ่าน = ต้องยื่นใหม่ทุกกรณี
วิธีดำเนินการขึ้นอยู่กับ สถานะของคำขอและสาเหตุที่ต้องแก้ไข ดังนั้นควรตรวจสอบรายละเอียดของคำขอก่อนว่าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขข้อมูล ดำเนินการเพิ่มเติม หรือจำเป็นต้องยื่นคำขอใหม่
หากไม่แน่ใจ ควรสอบถามหน่วยงานที่รับผิดชอบหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนดำเนินการ เพื่อหลีกเลี่ยงการสร้างคำขอซ้ำโดยไม่จำเป็น
โรงงานไม่มีเจ้าหน้าที่ที่เชี่ยวชาญเรื่อง กอ.1 ทำอย่างไร
สำหรับโรงงานที่ไม่ได้มีเจ้าหน้าที่ซึ่งดูแลเรื่องกากอุตสาหกรรมโดยเฉพาะ ปัญหาที่เกิดขึ้นอาจไม่ได้มีเพียงการกรอกข้อมูลในระบบ แต่รวมถึงการเตรียมข้อมูลของเสีย การเลือกวิธีการจัดการ การประสานงานกับผู้รับดำเนินการ และการติดตามสถานะคำขอ
ในกรณีนี้ โรงงานสามารถพิจารณาใช้บริการผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการกากอุตสาหกรรมเพื่อช่วยตรวจสอบข้อมูลและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง
สิ่งสำคัญคือควรเลือกผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์กับระบบและขั้นตอนของกรมโรงงานอุตสาหกรรม และสามารถอธิบายให้โรงงานทราบได้ว่าแต่ละขั้นตอนดำเนินการอย่างไร
EN-Technology Consultants ช่วยเรื่อง กอ.1 ได้อย่างไร
EN-Technology Consultants Co., Ltd. ให้บริการด้านการกำจัดกากอุตสาหกรรมและงานด้านสิ่งแวดล้อมสำหรับโรงงาน โดยในเรื่อง กอ.1 บทบาทของ EN-TECH คือการเป็นที่ปรึกษา ช่วยให้โรงงานเข้าใจข้อมูลและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องก่อนดำเนินการ
สำหรับโรงงานที่กำลังประสบปัญหา กอ.1 ไม่ผ่าน กอ.1 ถูกตีกลับ หรือไม่แน่ใจว่าต้องแก้ไขข้อมูลส่วนใด EN-TECH สามารถช่วยทบทวนข้อมูลเบื้องต้น วิเคราะห์ว่าประเด็นอาจอยู่ที่ข้อมูลของเสีย เอกสาร ปริมาณ วิธีการจัดการ ผู้รับดำเนินการ หรือสถานะในระบบ และแนะนำว่าควรกลับไปตรวจสอบจุดใดก่อนที่โรงงานจะดำเนินการแก้ไขหรือยื่นคำขอต่อไป
โรงงานสามารถสอบถาม EN-Technology Consultants เพื่อขอคำปรึกษาในการตรวจสอบความพร้อมของข้อมูล ทำความเข้าใจสาเหตุที่ต้องแก้ไข และวางลำดับขั้นตอนที่ควรดำเนินการต่อให้เหมาะสมกับกรณีของโรงงานได้
การให้คำปรึกษาช่วยทบทวนรายละเอียดของวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว รหัสของเสีย ปริมาณ วิธีการกำจัด ข้อมูลผู้รับดำเนินการ เอกสารประกอบ และความสอดคล้องของข้อมูลก่อนโรงงานดำเนินการในระบบ รวมถึงการช่วยอธิบายข้อความหรือสถานะที่ได้รับแจ้ง เพื่อให้โรงงานทราบว่าควรตรวจสอบหรือเตรียมข้อมูลเพิ่มเติมในส่วนใด
ให้ EN-TECH ช่วยดูแลของเสียอุตสาหกรรมอย่างเป็นปลอดภัย ถูกต้อง และมั่นใจได้ทุกขั้นตอน ✅
📞 บริการกำจัดขยะอันตรายโรงงาน ได้ที่ EN-Technology
Hotline: 086-3188970
LINE: @entechnology
Website: https://www.en-technology.com/
สรุป
ปัญหา กอ.1 ไม่ผ่าน ไม่ได้หมายความว่าโรงงานไม่สามารถนำของเสียออกนอกโรงงานได้ แต่ควรตรวจสอบก่อนว่าเกิดปัญหาจากจุดใด
สิ่งที่ควรตรวจสอบเป็นอันดับแรก ได้แก่
- สถานะของคำขอ
- ข้อความหรือเหตุผลที่แจ้งให้แก้ไข
- รายละเอียดของวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว
- ปริมาณ
- วิธีการจัดการ
- ข้อมูลผู้รับดำเนินการ
- เอกสารประกอบ
- ความถูกต้องของข้อมูลในระบบ i-Industry
หากตรวจพบสาเหตุแล้ว จึงดำเนินการแก้ไขตามขั้นตอนที่เหมาะสม แทนการยื่นคำขอใหม่ซ้ำโดยไม่ทราบสาเหตุ สำหรับโรงงานที่ไม่แน่ใจว่ากอ.1 มีปัญหาที่จุดใด หรือไม่สะดวกดำเนินการด้วยตนเอง สามารถปรึกษาผู้เชี่ยวชาญด้านการจัดการกากอุตสาหกรรมเพื่อช่วยตรวจสอบและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องได้
FAQ
ให้ตอบว่าเริ่มจากตรวจสอบสถานะคำขอและเหตุผลที่ต้องแก้ไข จากนั้นตรวจสอบข้อมูลของเสีย เอกสาร ผู้รับดำเนินการ และข้อมูลในระบบให้สอดคล้องกัน ก่อนดำเนินการตามขั้นตอนที่ระบบกำหนด
อาจเกิดจากข้อมูลหรือเอกสารที่ต้องแก้ไข รวมถึงรายละเอียดของวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว วิธีการจัดการ หรือข้อมูลผู้รับดำเนินการ จึงควรตรวจสอบเหตุผลที่แจ้งในคำขอเป็นกรณี ๆ ไป
ไม่จำเป็นต้องยื่นใหม่ทุกกรณี ควรตรวจสอบสถานะและรายละเอียดของคำขอก่อนว่าอยู่ในขั้นตอนที่สามารถแก้ไขหรือดำเนินการเพิ่มเติมได้หรือไม่
ขึ้นอยู่กับสถานะของคำขอและประเภทของข้อมูลที่ต้องแก้ไข ควรตรวจสอบขั้นตอนที่ระบบกำหนดก่อนดำเนินการ
โรงงานสามารถใช้ผู้ให้บริการภายนอกช่วยสนับสนุนการเตรียมข้อมูลหรือดำเนินการในส่วนที่ได้รับมอบหมายได้ โดยต้องดำเนินการตามสิทธิ์และขั้นตอนที่ระบบและหน่วยงานกำหนด
ระยะเวลาขึ้นอยู่กับรายละเอียดของคำขอ ความครบถ้วนของข้อมูลและเอกสาร รวมถึงขั้นตอนการพิจารณาที่เกี่ยวข้อง จึงไม่ควรกำหนดระยะเวลาตายตัวโดยไม่ตรวจสอบกรณีเฉพาะ
สามารถใช้บริการผู้เชี่ยวชาญภายนอกเพื่อช่วยสนับสนุนงานที่เกี่ยวข้องได้ โดยควรตรวจสอบขอบเขตบริการและสิทธิ์ในการดำเนินการแทนให้ชัดเจน









