ทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ อย่างถูกต้องต้องเริ่มจากแยกออกจากขยะทั่วไป ตรวจสอบว่าเกิดจากครัวเรือน สำนักงาน หรือกระบวนการผลิต และส่งต่อไปยังจุดรับหรือผู้รับดำเนินการที่เหมาะสม ไม่ควรเผา ฝัง ทุบ แกะ หรือวางทิ้งในที่สาธารณะ
สำหรับบริษัทและโรงงาน การจัดการ E-Waste ไม่ได้จบเพียงแค่นำของเสียออกจากพื้นที่ แต่ต้องจำแนกประเภท ตรวจสอบข้อกำหนด เอกสาร ผู้ขนส่ง และปลายทาง พร้อมเก็บหลักฐานให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
-
- ขยะอิเล็กทรอนิกส์จากชุมชนต้องคัดแยกออกจากขยะทั่วไปและนำไปยังจุดรับที่กำหนด
- การลักลอบทิ้งในที่สาธารณะ แหล่งน้ำ หรือกำจัดด้วยวิธีที่ไม่ได้รับอนุญาตอาจขัดต่อกฎหมาย
- ก่อนส่งทิ้งควรลบข้อมูล ถอดซิมและสื่อบันทึกข้อมูล พร้อมป้องกันแบตเตอรี่ลัดวงจร
- โรงงานควรตรวจสอบรหัสของเสีย การขออนุญาต ผู้ขนส่ง ปลายทาง และเอกสารการจัดการตามกรณี
- อย่าเลือกผู้รับกำจัดจากราคาเพียงอย่างเดียว เพราะต้นทางอาจยังมีความรับผิดจนกว่าของเสียจะได้รับการจัดการแล้วเสร็จ
ขยะอิเล็กทรอนิกส์คืออะไร และมีอะไรบ้าง
ขยะอิเล็กทรอนิกส์ หรือ E-Waste คือซากเครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่หมดอายุ ชำรุด ล้าสมัย หรือไม่ต้องการใช้งานแล้ว ซึ่งอาจประกอบด้วยแผงวงจร โลหะ พลาสติก สารเคมี และแบตเตอรี่ที่ต้องได้รับการจัดการอย่างเหมาะสม
อย่างไรก็ตาม E-Waste ทุกชิ้นไม่ได้มีสถานะทางกฎหมายเหมือนกันทั้งหมด การพิจารณาต้องดูทั้งแหล่งกำเนิด ส่วนประกอบ การปนเปื้อน และลักษณะอันตรายของของเสียแต่ละรายการ
ตัวอย่างขยะอิเล็กทรอนิกส์จากบ้านและสำนักงาน
ขยะอิเล็กทรอนิกส์ที่พบเป็นประจำ ได้แก่
-
- โทรศัพท์มือถือและแท็บเล็ต
- คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก และจอภาพ
- เครื่องพิมพ์ สแกนเนอร์ และตลับหมึก
- เราเตอร์ โมเด็ม และอุปกรณ์เครือข่าย
- เมาส์ คีย์บอร์ด หูฟัง และลำโพง
- สายไฟ ปลั๊ก อะแดปเตอร์ และเครื่องชาร์จ
- กล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์บันทึกข้อมูล
- เครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดเล็ก
- ถ่านไฟฉายและแบตเตอรี่ชนิดต่างๆ
กฎกระทรวงการจัดการมูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชน พ.ศ. 2563 กำหนดให้ผลิตภัณฑ์เครื่องใช้ไฟฟ้าและอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ รวมถึงถ่านไฟฉายและแบตเตอรี่ เป็นประเภทที่ต้องคัดแยกออกจากมูลฝอยทั่วไปและมูลฝอยติดเชื้อ จึงไม่ควรใส่รวมในถังขยะทั่วไปเพื่อรอการเก็บขนตามปกติ สามารถอ่านรายละเอียดได้จาก กฎกระทรวงฉบับทางการในราชกิจจานุเบกษา
ขยะอิเล็กทรอนิกส์จากชุมชนต้องได้รับการคัดแยกก่อนส่งเข้าสู่ระบบเก็บ ขน หรือกำจัด เพราะการปะปนกับขยะทั่วไปเพิ่มทั้งความเสี่ยงด้านสารอันตรายและความเสี่ยงจากแบตเตอรี่
ขยะอิเล็กทรอนิกส์จากโรงงานและภาคธุรกิจ
ในภาคธุรกิจ E-Waste อาจเกิดจากสองส่วนหลัก คืออุปกรณ์สำนักงานที่เลิกใช้งาน และของเสียจากกระบวนการผลิต เช่น
-
- แผงวงจรหรือชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์ที่ไม่ผ่านมาตรฐาน
- วัตถุดิบและผลิตภัณฑ์ที่ชำรุดหรือเสื่อมสภาพ
- สายไฟ ขั้วต่อ และอุปกรณ์ควบคุม
- แบตเตอรี่จากเครื่องจักร เครื่องมือ หรือระบบสำรองไฟ
- อุปกรณ์ไฟฟ้าที่ปนเปื้อนน้ำมัน สารเคมี หรือโลหะหนัก
- ชิ้นส่วนที่เกิดจากการซ่อมบำรุงหรือรื้อถอนเครื่องจักร
ของเสียจากกระบวนการผลิตของโรงงานอาจอยู่ภายใต้กฎหมายว่าด้วยโรงงานและข้อกำหนดเกี่ยวกับสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว ไม่ควรนำวิธีทิ้งสำหรับครัวเรือนมาใช้กับของเสียอุตสาหกรรมโดยอัตโนมัติ ต้องตรวจสอบรหัสของเสีย สถานะความเป็นอันตราย และวิธีจัดการที่ได้รับอนุญาตก่อนทุกครั้ง
ทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ผิดกฎหมายหรือไม่
การมีขยะอิเล็กทรอนิกส์หรือส่งทิ้งผ่านช่องทางที่ถูกต้องไม่ใช่ความผิด แต่การทิ้งในที่สาธารณะ ทิ้งลงแหล่งน้ำ กำจัดผิดวิธี หรือส่งของเสียจากโรงงานให้ผู้รับดำเนินการที่ไม่เหมาะสม อาจขัดต่อกฎหมายและข้อกำหนดที่เกี่ยวข้อง
ดังนั้น คำตอบไม่ได้ขึ้นอยู่กับว่าเป็น “ขยะอิเล็กทรอนิกส์” เท่านั้น แต่ขึ้นอยู่กับว่าใครเป็นผู้ก่อกำเนิด ทิ้งที่ใด ใช้วิธีใด และส่งให้ใครเป็นผู้จัดการ
พฤติกรรมใดเสี่ยงผิดกฎหมาย
พฤติกรรมที่ควรหลีกเลี่ยง ได้แก่
-
- ทิ้งโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ หรือแบตเตอรี่รวมกับขยะทั่วไป
- วางของเสียไว้ริมถนน พื้นที่สาธารณะ หรือที่ดินของผู้อื่น
- ทิ้งลงท่อระบายน้ำ คูคลอง หรือแหล่งน้ำ
- เผาสายไฟ แผงวงจร หรือชิ้นส่วนเพื่อแยกโลหะ
- ฝังกลบหรือกองสะสมในพื้นที่ที่ไม่ได้รับอนุญาต
- ทุบ เจาะ หรือแกะแบตเตอรี่โดยไม่มีความรู้และอุปกรณ์ที่เหมาะสม
- นำของเสียจากโรงงานออกนอกพื้นที่โดยไม่ตรวจสอบข้อกำหนด
- ส่งให้ผู้รับซื้อหรือผู้ขนส่งโดยไม่ทราบปลายทางที่แท้จริง
กฎกระทรวง พ.ศ. 2563 ห้ามทิ้งหรือกำจัดมูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชนในที่หรือทางสาธารณะ นอกจากสถานที่หรือวิธีที่ราชการส่วนท้องถิ่นกำหนด อีกทั้งยังกำหนดหลักเกี่ยวกับภาชนะ จุดแยกทิ้ง การเก็บ และการขนเพื่อป้องกันการแตกหักและรั่วไหลด้วย
กฎหมายและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ข้อกำหนดที่อาจเกี่ยวข้องกับการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์ ได้แก่
-
- กฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและข้อกำหนดของราชการส่วนท้องถิ่น สำหรับมูลฝอยที่เป็นพิษหรืออันตรายจากชุมชน
- กฎหมายว่าด้วยการรักษาความสะอาด สำหรับการทิ้งของเสียในที่สาธารณะ
- กฎหมายว่าด้วยโรงงาน สำหรับของเสียหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้วจากโรงงาน
- กฎหมายด้านสิ่งแวดล้อม วัตถุอันตราย และการขนส่ง ซึ่งอาจเกี่ยวข้องตามองค์ประกอบของของเสีย
หน่วยงานที่ควรตรวจสอบข้อมูล ได้แก่ องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานเขต สำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัด และกรมโรงงานอุตสาหกรรม โดยควรยืนยันข้อกำหนดล่าสุดก่อนดำเนินการ เพราะประเภทของเสียและสถานะของผู้ก่อกำเนิดแต่ละรายอาจแตกต่างกัน
ทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างไรให้ถูกกฎหมาย
หลักสำคัญคือแยกของเสีย ตรวจสอบช่องทางรับ ระบุผู้รับผิดชอบ และส่งไปยังระบบที่สามารถจัดการของเสียประเภทนั้นได้จริง สำหรับองค์กรต้องเพิ่มการตรวจสอบเอกสาร การขนส่ง และปลายทางเข้าไปในกระบวนการด้วย
วิธีทิ้งสำหรับบุคคลและครัวเรือน
บุคคลทั่วไปสามารถดำเนินการตามขั้นตอนต่อไปนี้
-
- แยก E-Waste ออกจากขยะทั่วไป ไม่ใส่รวมกับเศษอาหาร ขยะเปียก หรือวัสดุรีไซเคิลทั่วไป
- แบ่งตามประเภท แยกโทรศัพท์ คอมพิวเตอร์ สายไฟ อุปกรณ์ขนาดเล็ก หลอดไฟ และแบตเตอรี่ เพื่อให้จุดรับจัดการได้ง่ายขึ้น
- ตรวจสอบรายการที่จุดรับรองรับ จุดรับแต่ละแห่งอาจรับขยะไม่เหมือนกัน เช่น บางแห่งรับเฉพาะโทรศัพท์ สายชาร์จ และแบตเตอรี่ขนาดเล็ก แต่ไม่รับเครื่องใช้ไฟฟ้าขนาดใหญ่
- นำไปยังช่องทางที่กำหนด เลือกจุดรับขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานเขต ผู้ผลิต ร้านค้า หรือโครงการรับคืนที่ประกาศอย่างเป็นทางการ
สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถตรวจสอบตัวอย่างจุดรับและประเภทของเสียได้จากหน้า วิธีทิ้ง E-Waste ของ Greener Bangkok ซึ่งระบุจุดรับภาครัฐและช่องทางรับคืนบางประเภทไว้ อย่างไรก็ตาม ควรตรวจสอบข้อมูลกับจุดรับอีกครั้งก่อนเดินทาง เพราะเงื่อนไขอาจมีการเปลี่ยนแปลง
วิธีจัดการสำหรับบริษัทและโรงงาน
บริษัทและโรงงานควรเริ่มจากการสำรวจว่า E-Waste เกิดจากส่วนใด มีปริมาณเท่าใด และมีส่วนประกอบหรือการปนเปื้อนอะไรบ้าง จากนั้นดำเนินการตามลำดับดังนี้
-
- จัดทำรายการและถ่ายภาพของเสีย
- ระบุแหล่งกำเนิดและกระบวนการที่ทำให้เกิดของเสีย
- ตรวจสอบรหัสและสถานะความเป็นอันตราย
- แยกของเสียที่มีแบตเตอรี่หรือสารปนเปื้อนออกจากวัสดุทั่วไป
- เลือกภาชนะและพื้นที่พักของเสียให้เหมาะสม
- ตรวจสอบว่าต้องขออนุญาตหรือรายงานผ่านระบบใด
- ตรวจสอบขอบเขตของผู้ขนส่งและผู้รับดำเนินการ
- กำหนดปลายทางและวิธีรีไซเคิล บำบัด หรือกำจัด
- เก็บเอกสารการขนส่ง ใบชั่ง และหลักฐานหลังจบงาน
ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2566 ระบบจัดการวัสดุที่ไม่ใช้แล้วของโรงงานดำเนินการผ่าน i-Industry โดยครอบคลุมการขออนุญาต กอ.1 การแจ้งรายละเอียดการจัดการ กอ.2 และขั้นตอนอื่นที่เกี่ยวข้องตามกรณี
สำหรับโรงงาน การส่ง E-Waste ออกจากพื้นที่โดยไม่ทราบรหัสของเสีย ผู้ขนส่ง วิธีจัดการ และปลายทางที่แท้จริง เป็นความเสี่ยงด้าน Compliance ที่ไม่ควรมองข้าม
ต้องเตรียมขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างไรก่อนส่งทิ้ง
ก่อนส่งทิ้งควรป้องกันทั้งข้อมูลรั่วไหล การแตกหัก การรั่วซึม และการลัดวงจร โดยไม่ควรทุบหรือแกะอุปกรณ์เองหากไม่มีขั้นตอน เครื่องมือ และพื้นที่ปฏิบัติงานที่ปลอดภัย
ลบข้อมูลและป้องกันข้อมูลรั่วไหล
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์จำนวนมากมีข้อมูลส่วนบุคคล ข้อมูลลูกค้า รหัสผ่าน และข้อมูลภายในองค์กร ก่อนส่งออกควรดำเนินการดังนี้
-
- สำรองข้อมูลที่จำเป็น
- ออกจากระบบบัญชีผู้ใช้งานและบริการคลาวด์
- ถอดซิมการ์ดและการ์ดหน่วยความจำ
- ลบข้อมูลหรือรีเซ็ตอุปกรณ์ตามคำแนะนำของผู้ผลิต
- ใช้วิธีทำลายข้อมูลที่เหมาะสมกับระดับความลับขององค์กร
- บันทึกหมายเลขทรัพย์สิน รุ่น หมายเลขเครื่อง และผู้อนุมัติจำหน่าย
- แยกสื่อบันทึกข้อมูลที่ต้องควบคุมเป็นพิเศษ
สำหรับองค์กรที่มีข้อมูลสำคัญ การ Factory Reset เพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอต่อนโยบายความมั่นคงปลอดภัยของข้อมูล จึงควรกำหนดวิธี Data Wipe หรือการทำลายสื่อบันทึกข้อมูลให้สอดคล้องกับระดับความเสี่ยง
แยกแบตเตอรี่และบรรจุอย่างปลอดภัย
หากแบตเตอรี่สามารถถอดออกได้อย่างปลอดภัยและคู่มือผู้ผลิตอนุญาต ควรแยกออกจากอุปกรณ์ก่อนส่ง แต่ไม่ควรงัดหรือเจาะอุปกรณ์ที่ถูกออกแบบให้มีแบตเตอรี่ติดตั้งภายใน
สำหรับแบตเตอรี่ลิเธียม ควรปิดขั้วด้วยเทปที่ไม่นำไฟฟ้าหรือแยกใส่ถุงแต่ละก้อน เพื่อป้องกันขั้วสัมผัสโลหะหรือแบตเตอรี่ก้อนอื่นจนเกิดการลัดวงจร แนวปฏิบัตินี้สอดคล้องกับคำแนะนำของ สำนักงานปกป้องสิ่งแวดล้อมสหรัฐฯ เกี่ยวกับแบตเตอรี่ลิเธียมใช้แล้ว
ข้อควรปฏิบัติเพิ่มเติม ได้แก่
-
- ไม่ทุบ บีบ เจาะ หรือโยนแบตเตอรี่
- ไม่วางปะปนกับเศษโลหะหรือวัสดุไวไฟ
- ใช้ภาชนะที่แข็งแรง ปิดได้ และป้องกันการกระแทก
- ติดป้ายระบุชนิดของเสียและคำเตือนที่จำเป็น
- แยกแบตเตอรี่บวม รั่ว เสียหาย หรือมีความร้อนผิดปกติ
- ติดต่อผู้ผลิตหรือผู้เชี่ยวชาญก่อนเคลื่อนย้ายแบตเตอรี่ที่เสียหาย
แบตเตอรี่ที่หมดอายุยังอาจมีพลังงานคงเหลือเพียงพอให้เกิดความร้อน ประกายไฟ หรือเพลิงไหม้ได้ การป้องกันขั้วและการกระแทกจึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนขนส่ง
บริษัทและโรงงานต้องมีเอกสารอะไรในการกำจัด E-Waste
เอกสารที่ต้องใช้ขึ้นอยู่กับสถานะของสถานประกอบการ ประเภทของเสีย วิธีจัดการ และข้อกำหนดของหน่วยงานกำกับ โดยโรงงานควรตรวจสอบตั้งแต่ก่อนนำของเสียออก ไม่ควรรอรวบรวมเอกสารหลังรถขนส่งออกไปแล้ว
ข้อมูลที่ต้องตรวจสอบก่อนนำออกนอกโรงงาน
ข้อมูลพื้นฐานที่ควรเตรียมประกอบด้วย
-
- บัญชีรายการของเสียและปริมาณโดยประมาณ
- แหล่งกำเนิดและจุดที่เกิดของเสีย
- รูปถ่ายและลักษณะทางกายภาพ
- รหัสของเสียและสถานะความเป็นอันตราย
- เอกสารข้อมูลความปลอดภัยหรือ SDS หากเกี่ยวข้อง
- ผลวิเคราะห์องค์ประกอบหรือมลสารเมื่อจำเป็น
- ผังกระบวนการผลิตและจุดกำเนิดของเสีย
- วิธีการจัดการที่เสนอ
- ข้อมูลผู้ขนส่ง ผู้รับดำเนินการ และปลายทาง
- หนังสือยินยอมหรือข้อตกลงที่กำหนดตามกรณี
คู่มือประชาชนของกรมโรงงานอุตสาหกรรมเกี่ยวกับการขออนุญาต กอ.1 ระบุเอกสารสำคัญ เช่น แบบคำขอ ผังกระบวนการผลิตและจุดเกิดของเสีย หนังสือยินยอมระหว่างผู้ก่อกำเนิดกับผู้รับดำเนินการ รายละเอียดวิธีจัดการ และรูปถ่ายของเสียพร้อมคำอธิบาย โดยอาจมีเอกสารทางเทคนิคเพิ่มเติมตามประเภทของเสีย
หลักฐานที่ควรเก็บไว้รองรับการ Audit
หลังขนส่งและจัดการแล้ว บริษัทควรเก็บหลักฐานอย่างเป็นระบบ ได้แก่
-
- คำขอและผลการอนุญาตที่เกี่ยวข้อง
- รายการขนส่งหรือ Manifest
- วันที่ เวลา ทะเบียนรถ และข้อมูลผู้ขับขี่
- ใบชั่งน้ำหนักต้นทางและปลายทาง
- เอกสารรับของเสียจากผู้รับดำเนินการ
- หลักฐานว่าวิธีจัดการตรงกับที่ตกลงหรือได้รับอนุญาต
- ภาพถ่ายการรับมอบและการขนถ่าย
- รายงานหรือหนังสือรับรองหลังดำเนินการ
- ใบแจ้งหนี้และเอกสารจัดซื้อที่เชื่อมโยงกับงาน
- บันทึกเหตุผิดปกติและการแก้ไข หากมี
ข้อมูลเหล่านี้ช่วยรองรับการตรวจสอบภายใน การตรวจจากหน่วยงานภายนอก และการทวนสอบว่าของเสียไม่ได้สูญหายหรือเปลี่ยนปลายทางระหว่างกระบวนการ
ภายใต้หลักการจัดการกากอุตสาหกรรม พ.ศ. 2566 ความรับผิดของโรงงานผู้ก่อกำเนิดเชื่อมโยงไปจนถึงการจัดการของเสียแล้วเสร็จ โดยการดำเนินการและลงนามใน Manifest ของผู้รับดำเนินการเป็นส่วนสำคัญของระบบติดตาม
เลือกผู้รับกำจัดขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างไรไม่ให้เสี่ยง
ควรเลือกผู้ให้บริการจากขอบเขตใบอนุญาต ความสามารถในการรับของเสีย วิธีจัดการ ปลายทาง และหลักฐานตรวจสอบย้อนหลัง ไม่ควรพิจารณาเพียงว่ามีรถมารับของเสียได้หรือเสนอราคาต่ำที่สุด
เช็กลิสต์ใบอนุญาต การขนส่ง และปลายทาง
ก่อนอนุมัติผู้ให้บริการ ควรตรวจสอบอย่างน้อย 8 เรื่อง
-
- สถานะและขอบเขตใบอนุญาต ใบอนุญาตต้องครอบคลุมกิจกรรมและประเภทของเสียที่รับจริง
- ความสามารถในการรับ E-Waste แต่ละประเภท ผู้รับโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์อาจไม่ได้รับอนุญาตให้จัดการแบตเตอรี่ สารเคมี หรืออุปกรณ์ปนเปื้อนทุกประเภท
- วิธีการจัดการ ตรวจสอบว่าจะนำกลับมาใช้ รีไซเคิล คัดแยก บำบัด หรือกำจัดด้วยวิธีใด
- ปลายทางที่ระบุชัดเจน หากมีการส่งต่อหลายทอด ต้องทราบผู้รับช่วงและปลายทางสุดท้าย
- ผู้ขนส่งและยานพาหนะ ตรวจสอบความเหมาะสมของรถ ภาชนะ อุปกรณ์ฉุกเฉิน และการป้องกันของเสียหล่นหรือรั่วไหล
- ระบบติดตาม ควรมีข้อมูลวันรับ น้ำหนัก เส้นทาง และผลการรับเข้าของปลายทาง
- เอกสารหลังจบงาน ระบุล่วงหน้าว่าจะได้รับเอกสารใด และใครเป็นผู้รับรองข้อมูล
- แผนรับมือเหตุผิดปกติ เช่น แบตเตอรี่ร้อน รั่ว บวม เกิดอุบัติเหตุ หรือปลายทางปฏิเสธรับของเสีย
โรงงานยังสามารถใช้หน้า ข้อมูลโรงงานของกรมโรงงานอุตสาหกรรม เป็นหนึ่งในช่องทางเริ่มต้นเพื่อตรวจสอบข้อมูลโรงงาน แต่ควรตรวจเอกสารฉบับจริง ขอบเขตการประกอบกิจการ และเงื่อนไขการรับของเสียกับผู้ให้บริการและหน่วยงานกำกับเพิ่มเติม
เหตุผลที่ไม่ควรตัดสินใจจากราคาค่ากำจัดเพียงอย่างเดียว
ราคาที่ต่ำผิดปกติอาจเกิดจากการประเมินประเภทของเสียไม่ครบ การใช้วิธีจัดการที่ไม่เหมาะสม การไม่รวมค่าเอกสารหรือภาชนะ หรือการส่งต่อไปยังปลายทางที่ตรวจสอบไม่ได้
หากของเสียถูกลักลอบทิ้ง ต้นทุนที่องค์กรต้องเผชิญอาจไม่ใช่เพียงค่ากำจัดใหม่ แต่รวมถึงภาระการตรวจสอบ การหยุดงาน การรวบรวมหลักฐาน ความเสียหายต่อชื่อเสียง และความเสี่ยงด้านกฎหมาย
ราคาค่ากำจัดที่ต่ำไม่ได้ลดความรับผิดของผู้ก่อกำเนิดของเสีย หากไม่สามารถพิสูจน์ได้ว่า E-Waste ถูกขนส่งและจัดการ ณ ปลายทางที่เหมาะสม
En-Technology Consultant สามารถเข้ามาช่วยประเมินงานตั้งแต่การจำแนกของเสีย การเตรียมข้อมูลและเอกสาร การเลือกภาชนะ การประสานงานขนส่งและปลายทาง ไปจนถึงการรวบรวมหลักฐานหลังดำเนินการ ช่วยลดจำนวนฝ่ายที่องค์กรต้องประสานและทำให้กระบวนการจัดการ E-Waste ตรวจสอบได้ง่ายขึ้น
สนใจติดต่อสอบถามบริการ
Contact us
ติดต่อฝ่ายขาย
(Hot Line 24Hr.) 086-3188970
LINE OFFICIAL
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8:00 – 17:00 น.)
E-Mail: [email protected]
FAQ คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการทิ้งขยะอิเล็กทรอนิกส์
ไม่ควรทิ้งรวมกัน ขยะอิเล็กทรอนิกส์จากชุมชนเป็นประเภทที่ต้องคัดแยก โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่มีแบตเตอรี่ แผงวงจร หลอดไฟ หรือสารปนเปื้อน ควรนำไปยังจุดรับ E-Waste หรือช่องทางที่ท้องถิ่น ผู้ผลิต หรือโครงการรับคืนกำหนด
สามารถนำไปยังจุดรับขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สำนักงานเขต ร้านค้า ผู้ผลิต หรือโครงการรับคืนที่รับอุปกรณ์ประเภทนั้น ควรตรวจสอบรายการที่รับ เงื่อนไขการบรรจุ และวันให้บริการก่อนนำไปส่ง
ควรแยกเมื่อแบตเตอรี่ถูกออกแบบให้ผู้ใช้ถอดได้และสามารถดำเนินการอย่างปลอดภัย หากเป็นแบตเตอรี่ติดตั้งภายใน ไม่ควรงัดหรือเจาะอุปกรณ์เอง ควรส่งทั้งเครื่องให้จุดรับหรือผู้เชี่ยวชาญ พร้อมแจ้งว่าภายในมีแบตเตอรี่
ต้องตรวจสอบก่อนว่าของเสียนั้นอยู่ภายใต้ข้อกำหนดใด รหัสอะไร และต้องยื่น กอ.1 หรือดำเนินการผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ในรูปแบบใดหรือไม่ เอกสารอาจรวมถึงผังกระบวนการผลิต รูปถ่าย วิธีจัดการ ข้อมูลผู้รับดำเนินการ และเอกสารทางเทคนิคตามกรณี ควรยืนยันกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมหรือสำนักงานอุตสาหกรรมจังหวัดก่อนนำออก
ขอสำเนาใบอนุญาตและตรวจว่าขอบเขตครอบคลุมประเภทของเสียกับวิธีจัดการจริง จากนั้นตรวจข้อมูลโรงงาน ผู้ขนส่ง และปลายทางกับฐานข้อมูลหรือหน่วยงานกำกับ พร้อมกำหนดให้ส่งคืน Manifest ใบชั่ง และหลักฐานการรับเข้าหรือจัดการหลังจบงาน









