สินค้าหมดอายุ เสื่อมคุณภาพ ชำรุด หรือล้าสมัย ไม่ควรถูกตัดออกจากสต็อกโดยไม่มีขั้นตอนรองรับ เพราะการทำลายสินค้าเกี่ยวข้องทั้งฝ่ายคลังสินค้า บัญชี ภาษี สิ่งแวดล้อม และผู้มีอำนาจอนุมัติ
หัวใจสำคัญคือ จำนวนสินค้า มูลค่าทางบัญชี วันที่ทำลาย และหลักฐานปลายทางต้องเชื่อมโยงกันได้ เพื่อให้กิจการอธิบายได้ว่าสินค้าหายออกจากระบบเพราะเหตุใด ใครอนุมัติ และถูกทำลายจริงอย่างไร
- ก่อนทำลายควรแยกสินค้าที่ขายต่อ ส่งคืน บริจาค หรือนำกลับมาใช้ประโยชน์ได้
- หลังทำลายต้องตัดทั้งจำนวนสินค้าและมูลค่าตามบัญชี โดยไม่บันทึกขาดทุนซ้ำ
- สินค้ารอทำลายควรแยกสถานะและพื้นที่จัดเก็บออกจากสินค้าพร้อมขาย
- เอกสารต้องครอบคลุมตั้งแต่รายการสินค้า การอนุมัติ การขนส่ง จนถึงหลักฐานการทำลาย
- หลักเกณฑ์ภาษีแตกต่างตามสภาพสินค้าและวิธีทำลาย จึงควรตรวจสอบเป็นรายกรณี
ก่อนทำลายสต็อกควรเลือกขาย บริจาค หรือทำลายอย่างไร
ควรประเมินก่อนว่าสินค้ายังมีมูลค่าหรือสามารถใช้ประโยชน์ได้หรือไม่ ไม่ควรเลือกทำลายเพียงเพราะสินค้าเคลื่อนไหวช้า เพราะอาจยังขายลดราคา ส่งคืนผู้ผลิต บริจาค หรือปรับสภาพเพื่อนำกลับมาใช้ได้
การประเมินสินค้าค้างสต็อกก่อนตัดสินใจ
กิจการควรจัดทำรายการสินค้าค้างสต็อกโดยระบุรหัสสินค้า ล็อต จำนวน ต้นทุน วันหมดอายุ สภาพสินค้า และเหตุผลที่ขายไม่ได้ จากนั้นพิจารณาทางเลือกตามลำดับ เช่น
-
- ขายตามปกติหรือขายลดราคา
- ส่งคืนผู้ผลิตหรือเจ้าของสินค้า
- นำกลับไปผลิตใหม่ เปลี่ยนบรรจุภัณฑ์ หรือใช้เป็นวัตถุดิบ
- บริจาค หากสินค้าเหมาะสมและไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยง
- ทำลายเมื่อสินค้าไม่ปลอดภัย หมดสภาพ หรือห้ามนำกลับเข้าสู่ตลาด
การตัดสินใจควรพิจารณาทั้งต้นทุนดำเนินการ ความปลอดภัย เงื่อนไขเจ้าของแบรนด์ ผลกระทบทางบัญชี และภาษีที่เกี่ยวข้อง
กรณีใดควรเลือกทำลายสินค้า
การทำลายเหมาะกับสินค้าที่หมดอายุ เสื่อมคุณภาพ ปนเปื้อน ชำรุดจนใช้งานไม่ได้ หรือมีความเสี่ยงที่จะถูกนำกลับไปจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ทั้งนี้ วิธีทำลายต้องเหมาะกับประเภทสินค้าและไม่สร้างผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม
ฝ่ายบัญชีควรบันทึกการตัดสต็อกหลังทำลายสินค้าเสื่อมสภาพอย่างไร
หลังทำลายจริง ฝ่ายบัญชีควรตัดทั้งจำนวนสินค้าในระบบและมูลค่าตามบัญชี โดยอ้างอิงรายงานการทำลายที่ได้รับอนุมัติ หากเคยปรับลดมูลค่าหรือตั้งค่าเผื่อไว้แล้ว ต้องตรวจสอบยอดเดิมก่อนเพื่อไม่ให้รับรู้ค่าใช้จ่ายซ้ำ
กรณียังไม่เคยตั้งค่าเผื่อหรือบันทึกขาดทุน
ตัวอย่างรายการทั่วไปคือ
เดบิต ขาดทุนหรือค่าใช้จ่ายจากสินค้าเสื่อมสภาพ
เครดิต สินค้าคงเหลือ
การจัดประเภทเป็นต้นทุนขายหรือค่าใช้จ่ายประเภทอื่นต้องพิจารณาสาระของรายการ มาตรฐานการรายงานทางการเงิน และนโยบายบัญชีของกิจการ โดย สภาวิชาชีพบัญชีอธิบายเรื่องการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ ว่าสินค้าที่เสียหายหรือล้าสมัยอาจต้องแสดงมูลค่าไม่สูงกว่ามูลค่าสุทธิที่จะได้รับ
กรณีเคยปรับลดมูลค่าสินค้าไว้แล้ว
หากกิจการเคยรับรู้ขาดทุนและตั้งบัญชีค่าเผื่อการปรับลดมูลค่าไว้ครบถ้วนแล้ว รายการตัดสินค้าอาจเป็น
เดบิต ค่าเผื่อการปรับลดมูลค่าสินค้าคงเหลือ
เครดิต สินค้าคงเหลือ
แต่หากเคยปรับลดเพียงบางส่วน ต้องรับรู้ผลต่างที่เหลือตามข้อเท็จจริง รูปแบบรายการอาจแตกต่างตามระบบบัญชีและนโยบายของแต่ละกิจการ จึงควรให้ผู้สอบบัญชีหรือที่ปรึกษาภาษีตรวจสอบก่อนบันทึกรายการจริง
ควรตัดสต็อกในระบบ ณ วันที่อนุมัติหรือวันที่ทำลายจริง
จำนวนสินค้าในระบบคลังควรถูกตัดเมื่อมีการทำลายจริงตามนโยบายควบคุมสินค้าของกิจการ ส่วนการปรับลดมูลค่าทางบัญชีอาจต้องรับรู้ก่อนหน้านั้น หากมีหลักฐานว่าสินค้าเสื่อมสภาพและมูลค่าที่คาดว่าจะได้รับลดลงแล้ว
การควบคุมสถานะสินค้ารอทำลาย
เมื่อมีคำสั่งอนุมัติ ควรเปลี่ยนสถานะเป็น “รอทำลาย” พร้อมแยกพื้นที่หรือกักสินค้าไม่ให้ถูกหยิบไปขาย การอนุมัติจึงไม่ควรถูกใช้แทนหลักฐานว่ามีการทำลายจริง
การกระทบยอดคลังสินค้ากับบัญชี
วันที่ในใบเบิกสินค้า รายงานทำลาย ภาพถ่าย ใบชั่ง เอกสารขนส่ง และรายการบัญชีควรสอดคล้องกัน ฝ่ายคลังและบัญชีควรกระทบยอดจำนวนก่อนและหลังทำลาย รวมถึงตรวจสอบหน่วยนับและเลขล็อต เพื่อป้องกันการตัดสินค้าผิดรายการหรือผิดจำนวน
การทำลายสินค้ามีประเด็นภาษีและการตรวจสอบอะไรที่ต้องระวัง
ค่าใช้จ่ายจากการทำลายสินค้าไม่ได้เป็นรายจ่ายทางภาษีโดยอัตโนมัติ กิจการต้องแสดงเหตุผลทางธุรกิจ การอนุมัติ และหลักฐานการทำลายจริงตามหลักเกณฑ์ที่เกี่ยวข้อง
คำสั่งกรมสรรพากรที่ ป.79/2541 แยกแนวปฏิบัติระหว่างสินค้าที่ไม่สามารถเก็บรักษาไว้ได้กับสินค้าที่สามารถรอทำลายได้ โดยกรณีที่สามารถเก็บรอได้ อาจต้องแจ้งหน่วยงานสรรพากรในพื้นที่ล่วงหน้า 30 วันตามเงื่อนไขของคำสั่งและข้อยกเว้นที่กำหนด
เงื่อนไขการยอมรับเป็นรายจ่ายทางภาษี
หลักฐานควรแสดงว่าสินค้าเสียหายจริง ผ่านการตรวจสอบและได้รับอนุมัติจากผู้มีอำนาจ พร้อมมีผู้เกี่ยวข้องร่วมสังเกตการณ์ กรมสรรพากรเคยวินิจฉัยว่าการทำลายสินค้าตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดอาจตัดต้นทุนคงเหลือเป็นรายจ่ายได้และไม่ถือเป็นการขายเพื่อ VAT แต่ต้องพิจารณาข้อเท็จจริงเฉพาะกรณี
ความเสี่ยงเมื่อเอกสารและสินค้าจริงไม่ตรงกัน
หากจำนวนในรายงานไม่ตรงกับใบชั่ง ภาพถ่ายไม่ระบุวันหรือรายการสินค้า หรือหนังสือรับรองไม่ชี้ชัดว่าทำลายอะไร กิจการอาจอธิบายไม่ได้ว่าสินค้าถูกทำลายจริงหรือเพียงนำออกจากคลัง จึงควรให้นักบัญชี ผู้สอบบัญชี หรือที่ปรึกษาภาษีทบทวนขั้นตอนก่อนดำเนินการ
ทำลายสินค้า คงเหลือต้องเก็บเอกสารอะไรให้ตรวจสอบย้อนหลังได้
ควรเก็บหลักฐานตั้งแต่ก่อนนำสินค้าออกจากคลังจนถึงปลายทาง เพื่อสร้างเส้นทางตรวจสอบหรือ Audit Trail ที่เชื่อมโยงรหัสสินค้า จำนวน น้ำหนัก และวันที่ได้ครบถ้วน
เอกสารภายในก่อนนำสินค้าออกจากคลัง
-
- รายงานสินค้าเสื่อมสภาพหรือหมดอายุ
- รหัสสินค้า ล็อต จำนวน หน่วยนับ และต้นทุน
- เหตุผลและวิธีที่เสนอให้ทำลาย
- หนังสือหรือแบบอนุมัติจากผู้มีอำนาจ
- ใบเบิก ใบโอน หรือเอกสารเปลี่ยนสถานะเป็นสินค้ารอทำลาย
- รายชื่อและลายมือชื่อผู้ร่วมตรวจนับหรือสังเกตการณ์
หลักฐานจากผู้รับทำลายและปลายทาง
-
- ภาพถ่ายหรือวิดีโอก่อน ระหว่าง และหลังทำลาย
- เอกสารรับมอบและเอกสารขนส่ง
- ใบชั่งน้ำหนัก
- รายงานผลหรือหนังสือรับรองการทำลาย
- ข้อมูลวิธีทำลายและสถานที่ปลายทาง
- เอกสารกำกับการจัดการของเสียที่เกี่ยวข้อง
กรณีสินค้าหลังทำลายเข้าข่ายกากอุตสาหกรรม โรงงานควรตรวจสอบขั้นตอนอนุญาตและระบบกำกับที่เกี่ยวข้องผ่าน บริการจัดการกากอุตสาหกรรมของกรมโรงงานอุตสาหกรรม
ควรเลือกบริษัทรับ ทำลายสินค้า อย่างไรให้บัญชีและฝ่ายตรวจสอบทำงานง่ายขึ้น
ควรเลือกผู้ให้บริการที่ไม่ได้รับสินค้าออกจากพื้นที่เพียงอย่างเดียว แต่สามารถอธิบายวิธีขนส่ง วิธีทำลาย ปลายทาง และจัดทำหลักฐานที่เชื่อมโยงกับรายการสินค้าได้
ข้อมูลที่ต้องแจ้งเพื่อประเมินงาน
กิจการควรแจ้งประเภทสินค้า ส่วนประกอบ บรรจุภัณฑ์ ปริมาณ น้ำหนัก สถานที่จัดเก็บ ความเสี่ยงด้านสารเคมี และข้อกำหนดการรักษาความลับ หากเป็นสารเคมีหรือสินค้าปนเปื้อน ควรเตรียมข้อมูลความปลอดภัยและรายละเอียดกระบวนการที่เกี่ยวข้อง
หลักฐานที่ควรได้รับหลังจบงาน
ควรตกลงล่วงหน้าว่าจะได้รับใบชั่ง เอกสารขนส่ง ภาพถ่าย รายงานทำลาย และข้อมูลปลายทางในรูปแบบใด รวมถึงกำหนดผู้รับผิดชอบตรวจสอบความครบถ้วนก่อนปิดงาน
En-Technology Consultant ให้บริการสนับสนุนตั้งแต่การจำแนกของเสีย การเตรียมเอกสารและภาชนะ การขนส่ง การประสานปลายทาง ไปจนถึงการจัดทำหลักฐาน ช่วยลดภาระการประสานงานหลายฝ่ายและเพิ่มความสามารถในการตรวจสอบย้อนหลัง
สนใจติดต่อสอบถามบริการ
Contact us
ติดต่อฝ่ายขาย
(Hot Line 24Hr.) 086-3188970
LINE OFFICIAL
(จันทร์ – ศุกร์ เวลา 8:00 – 17:00 น.)
E-Mail: [email protected]
EN- Technology Consultants Co., Ltd. ได้รับความไว้วางใจจากทั้งภาครัฐ และภาคเอกชน ด้วยประสบการณ์ในการบริการกำจัดกากอุตสาหกรรมมากกว่า 20 ปี เรามุ่งมั่นส่งมอบคุณภาพงาน และการบริการที่ดีที่สุด เพื่อสร้างความมั่นใจ และความพึงพอใจให้กับลูกค้าทุกท่านอย่างแท้จริง
FAQ
ขึ้นอยู่กับสาระของรายการ มาตรฐานที่กิจการใช้ และนโยบายบัญชีที่ปฏิบัติอย่างสม่ำเสมอ การปรับลดมูลค่าสินค้าอาจรวมอยู่ในต้นทุนขาย ขณะที่ความเสียหายผิดปกติอาจแสดงแยกเป็นค่าใช้จ่าย ควรให้ผู้สอบบัญชีพิจารณารายการจริง
ไม่ควรบันทึกขาดทุนซ้ำในส่วนที่รับรู้แล้ว เมื่อตัดสินค้าออกควรใช้บัญชีค่าเผื่อที่มีอยู่ และบันทึกค่าใช้จ่ายเพิ่มเฉพาะผลต่างที่ยังไม่ได้รับรู้
ควรมีชื่อผู้ว่าจ้างและผู้รับทำลาย วันที่ สถานที่ รายละเอียดสินค้า รหัสหรือล็อต จำนวนหรือน้ำหนัก วิธีทำลาย ปลายทาง เลขที่เอกสารอ้างอิง และลายมือชื่อผู้รับผิดชอบ
บางกรณีไม่จำเป็นต้องมีเจ้าหน้าที่สรรพากรร่วมเป็นพยาน แต่สินค้าที่สามารถเก็บรอทำลายได้อาจมีหน้าที่แจ้งล่วงหน้า 30 วัน โดยเจ้าหน้าที่จะเข้าร่วมสังเกตการณ์หรือไม่ก็ได้ ทั้งนี้ต้องตรวจสอบประเภทสินค้าและข้อยกเว้นก่อนดำเนินการ




























