กากของเสียอุตสาหกรรม ออกจากโรงงานแล้ว ยังต้องรับผิดชอบหรือไม่ เวลาคุณส่งกากอุตสาหกรรมออกจากโรงงานของคุณเพื่อไปกำจัด คุณมั่นใจแค่ไหนว่าความรับผิดชอบขององค์กรจะจบลงทันทีเมื่อรถขนส่งขับออกจากประตูโรงงานของคุณ? หลายองค์กรยังมีความเข้าใจว่า เมื่อส่งของเสียให้ผู้รับกำจัดแล้ว หน้าที่ของโรงงานก็สิ้นสุดลง แต่ในความเป็นจริง หากเกิดเหตุระหว่างการขนส่ง หรือพบว่ามีการกำจัดของเสียไม่ถูกต้อง การตรวจสอบมักย้อนกลับมาถึงแหล่งกำเนิดของเสียเสมอ สำหรับ จป. เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม และผู้บริหารโรงงาน เรื่องนี้ไม่ใช่เพียงการจัดซื้อบริการกำจัดกาก แต่เป็นการบริหารความเสี่ยงขององค์กร เพราะหากพลาดขึ้นมาเพียงครั้งเดียว อาจสามารถส่งผลให้โดนสั่งปิดงานโรงงานได้ทันที
ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยของการส่ง กากของเสียอุตสาหกรรม ไปกำจัด
ความเข้าใจผิดที่พบได้บ่อยคือ
“เมื่อรถออกจากโรงงานแล้ว ความรับผิดชอบก็จบลง”
ซึ่งมันไม่จริงเลยถึงแม้รถขนส่ง กากของเสียอุตสาหกรรม ออกจากโรงงานไปแล้ว ความรับผิดชอบก็ยังไม่จบลงคุณต้องรับผิดชอบหากเกิดอุบัติเหตุหรือมี กากอุตสาหกรรม ของเสียอันตราย รั่วไหล ต้นทางของเสียยังต้องรับผิดชอบทุกอย่าง และในทางปฏิบัติ สิ่งที่หน่วยงานกำกับดูแลให้ความสำคัญ ไม่ได้มีเพียงว่าโรงงานส่งกากออกไปแล้วหรือไม่
สิ่งที่จะถูกตรวจสอบคือ
-
- ส่งให้ใคร
- ผู้รับมีใบอนุญาตถูกต้องหรือไม่
- มีเอกสารกำกับครบถ้วนหรือไม่
- มีการขนส่งอย่างถูกต้องหรือไม่
- ปลายทางมีการจัดการของเสียอย่างไร
ตามประกาศกระทรวงอุตสาหกรรม เรื่องการจัดการสิ่งปฏิกูลหรือวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว พ.ศ. 2566 ผู้ก่อกำเนิดของเสียควรมีข้อมูลและเอกสารที่สามารถแสดงเส้นทางการจัดการของเสีย และสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้ว่าของเสียถูกส่งไปยังผู้รับดำเนินการที่ได้รับอนุญาตจนกระบวนการจัดการแล้วเสร็จ กล่าวอีกนัยหนึ่ง การส่งกากออกจากโรงงานไม่ได้หมายความว่าความเสี่ยงจะหายไป แต่เป็นการส่งต่อความเสี่ยงไปยังผู้ให้บริการที่คุณเลือก และหากเลือกผิด ผู้ที่ต้องตอบคำถามเป็นคนแรก มักไม่ใช่บริษัทกำจัดกาก แต่คือผู้รับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อมของโรงงาน
โรงงานยังมีความเสี่ยงอะไรหลังส่งกากของเสียอุตสาหกรรมออกไปแล้ว
ความเสี่ยงหลักที่พบได้บ่อยมี 3 กรณี
1. เกิดอุบัติเหตุระหว่างขนส่ง กากของเสียอุตสาหกรรม
ลองจินตนาการว่าเวลา 02.00 น. รถขนส่ง กากของเสียอุตสาหกรรม ที่ออกจากโรงงานคุณไปแล้วเกิดพลิกคว่ำบนถนนหลัก สารเคมีรั่วไหลลงพื้นที่สาธารณะ มีเจ้าหน้าที่เข้าควบคุมเหตุ และสื่อท้องถิ่นนำเสนอข่าว แม้ของเสียจะออกจากโรงงานไปแล้ว แต่คำถามแรกที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องมักต้องการทราบคือ
-
- ของเสียมาจากที่ใด
- ใครเป็นผู้ขนส่ง
- ผู้รับกำจัดคือใคร
- มีการอนุญาตถูกต้องหรือไม่
- มีมาตรการความปลอดภัยเพียงพอหรือไม่
หากเอกสารไม่ครบ หรือไม่สามารถแสดงกระบวนการควบคุมได้ โรงงานอาจต้องใช้เวลาจำนวนมากในการชี้แจงข้อเท็จจริง
2. ผู้รับกำจัด กากของเสียอุตสาหกรรม ดำเนินการไม่ถูกต้อง
อีกหนึ่งกรณีที่พบได้บ่อย คือการลักลอบทิ้งของเสีย หรือกำจัดไม่เป็นไปตามข้อกำหนด เมื่อหน่วยงานภาครัฐตรวจพบของเสียที่ถูกทิ้งไม่ถูกต้อง สิ่งแรกที่มักจะเกิดคือถูกตรวจสอบเอกสารกำกับการขนส่งและแหล่งกำเนิดของเสีย หากพบว่าของเสียมาจากโรงงานใด โรงงานนั้นอาจถูกขอข้อมูลและเอกสารย้อนหลังเพื่อพิสูจน์ว่าได้ดำเนินการคัดเลือกและส่งมอบให้ผู้รับดำเนินการอย่างถูกต้อง
3. ถูกขอข้อมูลระหว่างการตรวจประเมิน
ปัจจุบันความเสี่ยงไม่ได้มาจากภาครัฐเพียงอย่างเดียว องค์กรขนาดใหญ่จำนวนมากเริ่มให้ความสำคัญกับ
-
- ESG มาจาก Environmental, Social, Governance เป็นกรอบแนวคิดในการดำเนินธุรกิจที่ไม่ได้มุ่งเน้นแค่ผลกำไร แต่ให้ความสำคัญกับการเติบโตอย่างยั่งยืน
- ISO 14001 มาตรฐานสากลสำหรับระบบการจัดการสิ่งแวดล้อมถูกออกแบบมาเพื่อช่วยให้องค์กรควบคุมและลดผลกระทบเชิงลบต่อสิ่งแวดล้อมจากกิจกรรมการดำเนินงาน ช่วยให้ปฏิบัติตามกฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ
- Environmental Compliance การปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อม คือ การที่องค์กรหรือธุรกิจดำเนินกิจการให้สอดคล้องกับกฎหมาย มาตรฐาน และข้อบังคับด้านสิ่งแวดล้อมที่หน่วยงานภาครัฐกำหนด เพื่อป้องกัน ควบคุม และลดผลกระทบเชิงลบที่อาจเกิดขึ้นต่อธรรมชาติ ชุมชน และสุขภาพของมนุษย์
- Responsible Supply Chain ห่วงโซ่อุปทานอย่างรับผิดชอบ คือ การบริหารจัดการกระบวนการผลิตและจัดส่งสินค้าตั้งแต่ต้นน้ำหรือการหาวัตถุดิบจนถึงปลายน้ำ โดยคำนึงถึงความโปร่งใสและผลกระทบใน 3 มิติหลัก ได้แก่ สิ่งแวดล้อม สังคม และธรรมาภิบาล
- Supplier Audit (กระบวนการประเมินและตรวจสอบมาตรฐานการทำงาน ระบบคุณภาพ กระบวนการผลิต และศักยภาพของซัพพลายเออร์ เพื่อให้มั่นใจว่าสินค้าและบริการที่ส่งมอบมีคุณภาพ ได้มาตรฐาน และปลอดภัย)
ผู้ตรวจประเมินจำนวนมากไม่ได้ดูเพียงว่ามีการกำจัดของเสียหรือไม่ แต่ตรวจสอบไปถึงว่า
-
- ส่งให้ผู้รับที่ได้รับอนุญาตหรือไม่
- สามารถตรวจสอบเส้นทางการกำจัดได้หรือไม่
- มีเอกสารหลักฐานครบถ้วนหรือไม่
ในบางกรณี การไม่มีหลักฐานที่เพียงพออาจส่งผลต่อผลการตรวจประเมินหรือความน่าเชื่อถือขององค์กร
5 ขั้นตอนลดความเสี่ยงก่อนส่ง กากของเสียอุตสาหกรรม ออกจากโรงงาน
ขั้นตอนที่ 1 ตรวจสอบใบอนุญาตของผู้รับกำจัด กากของเสียอุตสาหกรรม
อย่าตรวจสอบเพียงว่ามีใบอนุญาตหรือไม่ ควรตรวจสอบว่าใบอนุญาตครอบคลุมประเภทของเสียที่โรงงานกำลังส่งมอบจริงหรือไม่ และยังมีผลบังคับใช้อยู่ ผู้ให้บริการที่มีมาตรฐานควรสามารถแสดงเอกสารอ้างอิงและข้อมูลการดำเนินงานได้อย่างโปร่งใส
ขั้นตอนที่ 2 ตรวจสอบความพร้อมของรถขนส่ง กากของเสียอุตสาหกรรม
รถขนส่งคือจุดที่เกิดความเสี่ยงขึ้นบ่อยที่สุด ควรตรวจสอบว่า
-
- รถที่จะขนส่งของเสียได้รับการดูแลอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานหรือไม่
- มีอุปกรณ์ฉุกเฉินประจำรถเตรียมพร้อมสำหรับรับมือเมื่อเกิดเหตุฉุกเฉินขึ้นหรือไม่
- มีเอกสารประจำรถครบถ้วนหรือไม่ หรือสำหรับของเสียอันตรายและวัตถุอันตรายในประเทศไทยต้องอยู่ภายใต้กฎหมายควบคุมอย่างเข้มงวด โดยผู้ประกอบการจะต้องมี ใบอนุญาตครอบครองวัตถุอันตราย (วอ.8) สำหรับการขนส่ง และต้องดำเนินการจัดการเอกสารกำกับการเคลื่อนย้ายกากอุตสาหกรรม
- มีการควบคุมความปลอดภัยที่เหมาะสมกับประเภทของเสียหรือไม่ รถขนส่งต้องมีอุปกรณ์และมาตรการป้องกันอันตรายที่สอดคล้องกับลักษณะของเสียที่ขนส่ง เช่น ของเหลวต้องมีระบบป้องกันการรั่วไหล ของเสียอันตรายต้องมีภาชนะบรรจุแข็งแรง ป้ายแสดงอันตราย เพื่อป้องกันการรั่วไหล การปนเปื้อน และอุบัติเหตุระหว่างการขนส่ง
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบคุณสมบัติพนักงานขับรถ กากของเสียอุสาหกรรม
หลายองค์กรให้ความสำคัญกับรถ แต่ละเลยคนขับ ในความเป็นจริง หากเกิดเหตุฉุกเฉิน คนขับคือบุคคลแรกที่ต้องควบคุมสถานการณ์ จึงควรตรวจสอบว่าได้รับการอบรมด้าน
-
- ความปลอดภัยในการขนส่ง
- การตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉิน
- การจัดการสารเคมีหรือของเสียที่เกี่ยวข้องได้หากเกิดเหตุ
- กฎระเบียบด้านความปลอดภัยในการทำงาน
ขั้นตอนที่ 4 ตรวจสอบระบบติดตามและเอกสาร
หากเกิดการตรวจสอบย้อนหลัง โรงงานควรสามารถตอบคำถามได้ทันทีว่า
-
- รับกากเมื่อใด
- ขนส่งโดยใคร
- รถคันใดดำเนินการ
- ส่งไปที่ใด
- ปลายทางจัดการอย่างไร
ยิ่งตรวจสอบย้อนหลังได้ง่าย ความเสี่ยงในการชี้แจงก็ยิ่งลดลง
ขั้นตอนที่ 5 ตรวจสอบแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน
คำถามสำคัญคือ หากคืนนี้เกิดเหตุขึ้นจริง ใครจะรับสาย หรือทำงานแทนคุณเมื่อเกิดเหตุช่วงกลางคืน หรือ ตอนเลิกงานแล้ว ผู้ให้บริการควรมี
-
- Emergency Response Plan (แผนรับมือเหตุฉุกเฉิน)
- ช่องทางติดต่อฉุกเฉิน
- อุปกรณ์ควบคุมการรั่วไหล
- ทีมสนับสนุนกรณีเกิดเหตุ
- กระบวนการรายงานเหตุที่ชัดเจน
Checklist สำหรับก่อนอนุมัติผู้รับกำจัดกากของเสียอุตสาหกรรม
ก่อนเลือกผู้รับกำจัด กากของเสียอุตสาหกรรม อันตราย/ไม่อันตราย หรือ อนุมัติส่งกากทุกครั้ง ลองคำนึงและตรวจสอบรายการต่อไปนี้
✓ ใบอนุญาตถูกต้องและยังไม่หมดอายุ
✓ ครอบคลุมประเภทของเสียที่ส่งมอบ
✓ เอกสารขนส่งครบถ้วน
✓ รถขนส่งมีความพร้อมใช้งาน
✓ พนักงานผ่านการอบรมด้านความปลอดภัย
✓ มีระบบตรวจสอบย้อนหลังได้
✓ มีแผนรองรับเหตุฉุกเฉิน
✓ มีประกันภัยรองรับความเสี่ยง
✓ สามารถแสดงหลักฐานการจัดการปลายทางได้
หากตอบ “ใช่” ได้ครบทุกข้อ จะช่วยลดความเสี่ยงด้านกฎหมาย สิ่งแวดล้อม และชื่อเสียงองค์กรและโอกาสการโดนโทษปรับหรือสั่งปิดโรงงานได้อย่างมาก
En-Technology Consultants ช่วยลดความเสี่ยงในการจัดการกากของเสียอุตสาหกรรมอย่างไร
EN-TECH มองว่าการกำจัดกากของเสียอุตสาหกรรมไม่ใช่เพียงการขนย้ายของเสียแล้วไปกำจัด หรือจากจุดหนึ่งไปจุดหนึ่ง แต่คือการช่วยให้โรงงานอุตสาหกรรมสามารถบริหารความเสี่ยงได้ตลอดทั้งกระบวนการ เราจึงให้ความสำคัญกับ
-
- การดำเนินงานที่ถูกต้องตามกฎหมาย
- ความปลอดภัยในการขนส่งขั้นสูง
- การคัดเลือกบุคลากรและการอบรมด้านความปลอดภัยเป็นอย่างดี
- ระบบเอกสารที่สามารถตรวจสอบย้อนหลังได้
- การเตรียมพร้อมด้านการรับมือหากเกิดเหตุฉุกเฉิน
- การสนับสนุนข้อมูลสำหรับ Audit และ ESG Assessment
เพื่อช่วยให้โรงงานสามารถจัดการของเสียได้อย่างมั่นใจ และลดความเสี่ยงที่อาจเกิดขึ้นกับโรงงานในอนาคต ช่วยให้ที่เกี่ยวข้องและผู้ที่รับผิดชอบสบายใจ เช่น ผู้บริหาร จป. เจ้าหน้าที่สิ่งแวดล้อม ไม่ต้องกังวลกับปัญหาต่างๆ ที่มีโอกาสจะเกิดขึ้น
ติดต่อ En-Technology วันนี้ เพื่อขอรับคำปรึกษา ฟรี! เราพร้อมช่วยคุณจัดการทุกปัญหา เพื่อให้คุณมุ่งมั่นกับการทำธุรกิจได้อย่างสบายใจและยั่งยืน
โทร: 086-3188970
Line ID: @entechnogy
เว็บไซต์: https://www.en-technology.com/
คำถามที่พบบ่อย
ได้ แม้ว่าของเสียหรือกากอุตสาหกรรมจะถูกส่งออกจากโรงงานไปแล้ว แต่หากภายหลังเกิดปัญหา เช่น การลักลอบทิ้ง การกำจัดไม่ถูกต้อง หรือมีหน่วยงานเข้าตรวจสอบ อาจมีการขอตรวจสอบเอกสารและข้อมูลย้อนหลังเพื่อดูเส้นทางการขนส่งและการกำจัดได้ ดังนั้นผู้ก่อกำเนิดของเสียควรสามารถแสดงหลักฐานได้ว่ามีการส่งต่อและกำจัดอย่างถูกต้องตามขั้นตอน
ควรเก็บไว้ทุกครั้ง เพราะเอกสารเหล่านี้เป็นหลักฐานสำคัญที่ใช้ยืนยันว่ามีการจัดการของเสียอย่างถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นเอกสารการขนส่ง ใบรับกำจัด หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องกับผู้รับกำจัด หากมีการตรวจสอบในอนาคต เอกสารเหล่านี้จะช่วยให้สามารถตรวจสอบย้อนกลับได้ง่ายและลดความเสี่ยงด้านกฎหมายหรือข้อพิพาทที่อาจเกิดขึ้น
มีความเสี่ยง เพราะราคาที่ต่ำที่สุดอาจไม่ได้สะท้อนคุณภาพการให้บริการเสมอไป ผู้ให้บริการบางรายอาจขาดมาตรฐานด้านความปลอดภัย ระบบเอกสาร หรือการติดตามตรวจสอบที่เหมาะสม ซึ่งอาจนำไปสู่ปัญหาการขนส่งหรือกำจัดที่ไม่ถูกต้องได้ การพิจารณาเลือกผู้ให้บริการจึงควรดูทั้งใบอนุญาต ประสบการณ์ ความน่าเชื่อถือ และระบบการจัดการของเสียควบคู่ไปกับราคา เพื่อให้มั่นใจว่าของเสียจะได้รับการจัดการอย่างถูกต้องและสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้หากจำเป็น.
สรุป
การส่งกากอุตสาหกรรมออกจากโรงงาน ไม่ได้หมายความว่าความรับผิดชอบหรือความเสี่ยงจะสิ้นสุดลงทันที หากเกิดอุบัติเหตุระหว่างการขนส่ง พบการกำจัดที่ไม่ถูกต้อง หรือมีการตรวจสอบย้อนหลัง โรงงานอาจต้องแสดงหลักฐานว่ามีการคัดเลือกและควบคุมผู้รับกำจัดอย่างเหมาะสม ดังนั้น ก่อนเลือกผู้รับกำจัดกากอุตสาหกรรม คำถามที่สำคัญอาจไม่ใช่ “ใครราคาถูกที่สุด” แต่คือ “หากเกิดปัญหาขึ้นในวันพรุ่งนี้ เรามั่นใจหรือไม่ว่าผู้ให้บริการรายนี้จะช่วยให้องค์กรผ่านการตรวจสอบได้”









