การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA

EIA การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม

   การทำ Environmental Impact Assessment (EIA) หรือการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ถือเป็นหนึ่งในกระบวนการสำคัญที่ส่งเสริมการพัฒนาอย่างยั่งยืน ที่จะช่วยให้ทั้งผู้พัฒนา และผู้ตัดสินใจสามารถทำความเข้าใจและวางแผน เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากโครงการต่างๆ ได้ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการ โดยการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมไม่เพียงแต่ช่วยให้โลกเราน่าอยู่ขึ้นจากการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างความยั่งยืน ความโปร่งใส และการยอมรับในระดับสังคม ซึ่งเป็นส่วนสำคัญที่นำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน

EIA การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม คืออะไร?

   EIA : Environmental Impact Assessment คือ กระบวนการที่ใช้ในการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมของโครงการอุตสาหกรรมต่างๆ ก่อนที่จะดำเนินการหรือตัดสินใจลงทุน โดยกระบวนการประเมินผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมนี้จะช่วยให้ผู้ที่เกี่ยวข้องสามารถพิจารณาถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมในทุกๆด้าน ทั้งในระยะสั้น และระยะยาว ก่อนที่จะมีการอนุมัติหรือดำเนินโครงการอุตสาหกรรมนั้นๆ รวมถึงการวิเคราะห์ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมธรรมชาติ เช่น คุณภาพอากาศ คุณภาพน้ำ สัตว์ป่า พืชพรรณ และสุขภาพของมนุษย์ รวมทั้งผลกระทบทางสังคมและเศรษฐกิจ การประเมินนี้อาจรวมถึงการพิจารณาทางเลือกในการดำเนินโครงการ เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมให้น้อยที่สุด

   ซึ่งการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจะมีขั้นตอนที่เป็นมาตรฐาน แตกต่างกันออกไปตามกฎหมายและระเบียบของแต่ละประเทศ แต่โดยทั่วไปรวมถึงการเก็บรวบรวมข้อมูลพื้นฐาน เช่น  การกลั่นกรองโครงการ ,การจัดทำรายงาน ,การพิจารณารายงาน และการติดตามตรวจสอบ เป็นต้น

การกำจัดกากอุตสาหกรรมที่มี การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA กับไม่มี EIA

แตกต่างอย่างไร?

การกำจัดกากอุตสาหกรรมที่มีการทำ EIA

1.สามารถวางแผน และตัดสินใจได้จากข้อมูลที่มีการรองรับ จากการทำ EIA ซึ่งจะช่วยให้มีการวิเคราะห์และการประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมอย่างละเอียด ช่วยให้ผู้ตัดสินใจมีข้อมูลเชิงลึกในการวางแผนและเลือกวิธีการกำจัดที่ดีที่สุด โดยคำนึงถึงผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม

2.สามารถป้องกัน และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ โดยมีการกำหนดมาตรการบรรเทา และการจัดการความเสี่ยงที่ชัดเจนเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การควบคุมการปล่อยมลพิษ การใช้วิธีการกำจัดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

3.การมีส่วนร่วมของชุมชน จากกระบวนการ EIA มักต้องการมีส่วนร่วมของสาธารณชน ช่วยเพิ่มความโปร่งใสและรับฟังความคิดเห็นจากชุมชน ทำให้สามารถจัดการกับความกังวล และความคิดเห็นต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

4.สามารถการปรับปรุง และการพัฒนาโครงการ ได้จากผลลัพธ์การประเมินผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA ที่บอกถึงปัญหา และช่องโหว่งขององค์กร ที่ควรได้การรับปรับปรุงแผนการกำจัดกากอุตสาหกรรม ให้มีประสิทธิภาพ และความยั่งยืนมากขึ้น

การกำจัดกากอุตสาหกรรมที่ไม่มีการทำ EIA

1.ขาดข้อมูล และการวางแผนที่ไม่เพียงพอ มักจะนำไปสู่การมองข้ามปัญหาจนทำให้เกิดความเสี่ยง จนนำไปสู่ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม และชุมชนบริเวณรอบข้างมากยิ่งขึ้น

2.เกิดความขัดแย้ง และการต่อต้านจากชุมชน จากโครงการที่ดำเนินการโดยไม่มีการประเมินผลกระทบ ซึ่งอาจเผชิญกับความขัดแย้ง และการต่อต้านจากชุมชน เนื่องจากขาดความโปร่งใสที่ส่งผลกระทบต่อชุมชนรอบข้าง

4.ความเสี่ยงทางกฎหมาย และค่าใช้จ่าย ที่คุณอาจต้องเผชิญ จากการฝ่าฝืนกฎหมายสิ่งแวดล้อม

   การทำ EIA จึงเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยให้การกำจัดกากอุตสาหกรรมเป็นไปอย่างรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมและสังคม โดยผ่านกระบวนการที่มีการวางแผน มีการประเมินผลกระทบ และมีการควบคุมที่เหมาะสม ซึ่งนำไปสู่การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและการพัฒนาที่ยั่งยืนได้

การลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจากการทำ EIA

   การทำ EIA สามารถช่วยในเรื่องของมลพิศในการกำจัดกากอุตสาหกรรม เนื่องจากสามารถระบุ ประเมิน และวางแผนการจัดการผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมได้ ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการ ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมการปล่อยมลพิษจากการกำจัดกาก  หรือการป้องกันการทำลายทรัพยากรธรรมชาติ ซึ่งการประเมินผลกระทบเหล่านี้ จะสามารถช่วยให้โครงการพัฒนาไปในทิศทางที่ยั่งยืน และช่วยในการสนับสนุนเศรษฐกิจหมุนเวียนอีกด้วย

EIA ส่งเสริมความโปร่งใส และการมีส่วนร่วมของชุมชน

   En -Technology เราเน้นการมีส่วนร่วมของสาธารณชนเป็นสำคัญ เนื่องจากจะแสดงให้เห็นถึงความโปร่งใส และการยอมรับของชุมชน จากการทำ EIA ที่สามาถช่วยให้เรามีตัดสินใจได้ดียิ่งขึ้นในการป้องกันผลกระทบ ที่ได้จากข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมของโรงงานกำจัดกากอุตสาหกรรมของเรา

จากที่กล่าวมา

   การประเมินผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมจึงเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาที่ยั่งยืน ช่วยให้เราสามารถปรับปรุงคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของเราได้โดยไม่ทำลายโอกาสของรุ่นหลัง. การเข้าใจและการใช้ EIA อย่างมีประสิทธิภาพจึงเป็นกุญแจสำคัญในการปกป้องสิ่งแวดล้อมและการสร้างอนาคตที่ยั่งยืน

ขั้นตอนการให้บริการ กำจัดกากอุตสาหกรรมอันตราย

  1. เข้าพบลูกค้าเพื่อสอบถามรายละเอียด
  2. ดูหน้างานว่าเป็น waste ประเภทไหนบ้าง อันตรายหรือไม่อันตราย
  3. ประเมินว่าต้องใช้รถขนส่งประเภทไหน เช่น รถกระบะ4ล้อ, Roll off  Box ,  Roll off  Tank
  4. เก็บตัวอย่างเพื่อนำมาวิเคราะห์ทางกายภาพเบื้องต้น
  5. จัดทำใบเสนอราคาภายใน 2 วัน
  6. วิเคราะห์ LAB 7  วัน (ฟรี)
  7. ลูกค้าต้องเตรียมตัวอย่างเพื่อที่จะนำไปวิเคราะห์ประมาณ 1 กิโลกรัม/ตัวอย่าง
  8. เซลล์จะไปรับตัวอย่างเพื่อส่งวิเคราะห์กับห้องแลปที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงาน ใช้เวลา 7 วัน
  9. ส่งผลวิเคราะห์ให้กับทางลูกค้า
  10. ขออนุญาตกับกรมโรงงาน (3-5วัน)
  11. ลูกค้าที่ไม่เคยยื่นขออนุญาตในระบบกรมโรงงาน ทางเอ็นเทคฯ ดำเนินการสมัครการใช้บริการให้จนแล้วเสร็จ
  12. Support ข้อมูลการยื่นขออนุญาตให้กับลูกค้า (พร้อมผลวิเคราะห์ ถ้ามี)
  13. มีเจ้าหน้าที่คอยติดตามผลอนุญาตกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้ ใช้เวลาประเมาน 3-5 วัน
  14. แจ้งวันขนส่งล่วงหน้า 12 ชั่วโมง – รถขนส่ง บริการ 24 ชั่วโมง
  15. เซลล์เช็ครถขนส่งให้กับลูกค้า
  16. เซลล์จัดเตรียมเอกสารกำกับการขนส่งกากของเสียออกนอกบริเวณโรงงาน

รายชื่อที่จังหวัดที่เราให้บริการ กำจัดกากอุตสาหกรรม

สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สระบุรี ชลบุรี ระยอง นทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายก สระแก้ว นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร ชัยภูมิ อำนาจเจริญ บึงกาฬ หนองบัวลำภู ขอนแก่น อุดรธานี เลย หนองคาย มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน พะเยา เชียงราย แม่ฮ่องสอน นครสวรรค์ อุทัยธานี กำแพงเพชร ตาก สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ระนอง ชุมพร สงขลา สตูล ตรัง พัทลุง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส