กฎหมายกรมโรงงาน “เปลี่ยน” เมื่อโลกเข้าขั้นวิกฤต

กฎหมายกรมโรงงาน

   ในยามที่โลกก้าวเข้าสู่ยุควิกฤต ไม่ว่าจะเป็นด้านสิ่งแวดล้อม สุขภาพ หรือความมั่นคงทางเศรษฐกิจ การปรับตัวของ กฎหมายกรมโรงงาน และนโยบายต่างๆ เป็นสิ่งจำเป็นเพื่อรับมือกับความท้าทายที่เปลี่ยนแปลงไป หนึ่งในส่วนที่ได้รับผลกระทบโดยตรงและจำเป็นต้องมีการพิจารณาปรับเปลี่ยนอย่างรอบคอบ คือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกรมโรงงาน ซึ่งเป็นหน่วยงานที่มีบทบาทสำคัญในการควบคุม และจัดการกับโรงงานต่างๆ เพื่อให้การผลิตและกิจกรรมทางอุตสาหกรรมสามารถดำเนินไปได้อย่างยั่งยืน ไม่ก่อให้เกิดผลเสียต่อสิ่งแวดล้อม และสุขภาพของประชาชน

   การเปลี่ยนแปลงกฎหมายกรมโรงงานในช่วงเวลาวิกฤตของโลกจึงต้องเน้นไปที่การสร้างความสมดุลระหว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม และการปกป้องสุขภาพของประชาชน เพื่อให้แน่ใจว่าโรงงานและอุตสาหกรรมต่างๆ สามารถดำเนินการได้อย่างยั่งยืน ในขณะเดียวกันก็ต้องมีการเพิ่มความเข้มงวดในการควบคุม เพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของคนในสังคม

บริษัท เอ็น-เทคโนโลยี คอนซัลแตนท์ จำกัด ยืนหยัดเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการให้คำปรึกษา และพัฒนาโซลูชันเพื่อช่วยเหลือโลกของเรา ด้วยความเชี่ยวชาญใน การกำจัดกากอุตสาหกรรม และการกำจัดน้ำเสียจากบ่อบบัด ที่มีประสบการณ์มากกว่า 20 ปี เรามุ่งมั่นให้บริการที่ไม่เพียงแต่ตอบโจทย์ธุรกิจ และองค์กร แต่ยังส่งเสริมให้สังคมก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

กฎหมายกรมโรงงาน ฉบับใหม่

   พระราชบัญญัติโรงงาน (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562 ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2562 ถือเป็นการปฏิรูปกฎหมายในด้านการจัดการโรงงานอย่างล้ำสมัยและเข้มข้น การเปลี่ยนแปลงที่นำมาซึ่งมุ่งหมาย เพื่อสร้างสมดุลระหว่างการพัฒนาทางเศรษฐกิจกับการรักษาสิ่งแวดล้อม และการปรับปรุงคุณภาพชีวิตของประชาชน การแก้ไขครั้งนี้สะท้อนถึงความตั้งใจในการนำเสนอกรอบการทำงานที่ทันสมัยและมีประสิทธิภาพสำหรับทั้งหน่วยงานรัฐและผู้ประกอบการโรงงาน ต่อไปนี้คือสาระสำคัญของการเปลี่ยนแปลง

  1. เน้นการอำนวยความสะดวก

   การปรับเปลี่ยนจากระบบอนุญาตเป็นระบบแจ้งนับเป็นการปฏิวัติวิธีการที่เอื้อต่อการลดขั้นตอน และเอกสารประกอบ ทำให้กระบวนการจดทะเบียนและการได้รับอนุญาตเป็นไปด้วยความรวดเร็วยิ่งขึ้น การกำหนดระยะเวลาการพิจารณาชัดเจน และการเพิ่มช่องทางการให้บริการอิเล็กทรอนิกส์เป็นการสร้างความสะดวกสบายและลดภาระให้กับผู้ประกอบการ

  1. เน้นการควบคุมมลพิษ

   กฎหมายฉบับใหม่ได้กำหนดมาตรฐานการปล่อยมลพิษที่เข้มงวดขึ้น เพื่อตอบสนองต่อความต้องการด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม การเพิ่มกลไกการตรวจสอบและติดตาม รวมทั้งการส่งเสริมการใช้วัสดุ และพลังงานสะอาดเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้โรงงานเปลี่ยนไปใช้วิธีการผลิตที่ยั่งยืนมากขึ้น

  1. เน้นความปลอดภัย

   การกำหนดมาตรฐานความปลอดภัยที่สูงขึ้นในพระราชบัญญัติฉบับนี้เป็นการรับรองว่าโรงงานทุกแห่งต้องดำเนินการภายใต้ข้อกำหนดที่เข้มงวด เพื่อปกป้องแรงงาน และชุมชนใกล้เคียงจากภัยอันตราย การเพิ่มกลไกการควบคุมความเสี่ยงและส่งเสริมการจัดการความปลอดภัยอาชีวอนามัยไม่เพียงแต่ช่วยให้สภาพการทำงานปลอดภัยขึ้นเท่านั้น แต่ยังช่วยลดโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุและเหตุการณ์ไม่คาดคิดอีกด้วย

  1. เพิ่มบทบาทของประชาชน

   การให้ประชาชนมีส่วนร่วมในกระบวนการตรวจสอบโรงงานเป็นอีกหนึ่งนวัตกรรมทางกฎหมายที่สำคัญ โดยการกำหนดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากสาธารณชนและเพิ่มช่องทางการร้องเรียน เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้คนได้มีส่วนร่วมในการกำกับดูแลและให้ข้อเสนอแนะต่อการดำเนินงานของโรงงาน ช่วยให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใสและตอบสนองต่อความต้องการของชุมชน

  1. ปรับปรุงบทลงโทษ

   การเพิ่มโทษปรับและโทษจำคุกเป็นการยกระดับความจริงจังในการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้ผู้ประกอบการต้องคำนึงถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด การเพิ่มบทลงโทษทางปกครองยังช่วยเสริมสร้างกลไกการตรวจสอบและปรับปรุงต่อการดำเนินการของโรงงานให้เป็นไปตามมาตรฐานที่กำหนด

   การปรับปรุงกฎหมายในครั้งนี้ไม่เพียงแต่ตอกย้ำความสำคัญของการดำเนินการที่ยั่งยืนของโรงงาน และอุตสาหกรรมเท่านั้น แต่ยังส่งเสริมให้มีการพัฒนานวัตกรรมเพื่อลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม การเพิ่มบทบาทของประชาชนในกระบวนการตรวจสอบและให้คำแนะนำยังช่วยเพิ่มความโปร่งใส และความรับผิดชอบต่อสังคมของผู้ประกอบการ ในระยะยาว การปรับปรุงเหล่านี้มีศักยภาพในการสร้างผลกระทบที่บวกต่อคุณภาพชีวิตของประชาชนและความยั่งยืนของสิ่งแวดล้อม

วิกฤตโลกด้านสิ่งแวดล้อม

  ในยุคปัจจุบันที่โลกเผชิญกับวิกฤตสิ่งแวดล้อมหลายรูปแบบ การตระหนักรู้ และการเร่งแก้ไขปัญหาเหล่านี้กลายเป็นเรื่องด่วนที่ทุกภาคส่วนต้องร่วมมือกัน

  1. การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

   การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศไม่ใช่แค่เรื่องของการร้อนขึ้นของโลก แต่มันคือการเปลี่ยนแปลงที่นำพาภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้น จากพายุที่รุนแรงกว่าเดิมไปจนถึงคลื่นความร้อนที่รุนแรง ระดับน้ำทะเลที่สูงขึ้นไม่เพียงแต่ทำให้เกิดอันตรายต่อชุมชนชายฝั่ง แต่ยังส่งผลกระทบต่อระบบนิเวศน์ทางทะเลและการเกษตรอีกด้วย

  1. มลพิษทางอากาศ

   มลพิษทางอากาศคือศัตรูที่มองไม่เห็นแต่มีผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพ ฝุ่น PM2.5 กับก๊าซเรือนกระจกไม่เพียงแต่เป็นปัญหาในเมืองใหญ่เท่านั้น แต่ยังกระจายไปทั่วโลก ทำให้เกิดปัญหาสุขภาพจากโรคทางเดินหายใจไปจนถึงผลกระทบต่อระบบภูมิคุ้มกัน

  1. มลพิษทางน้ำ

   น้ำเสียจากครัวเรือนและโรงงานอุตสาหกรรมที่ไหลลงสู่แหล่งน้ำไม่เพียงแต่ส่งผลต่อคุณภาพน้ำที่เราดื่ม แต่ยังกระทบต่อชีวิตน้ำและระบบนิเวศน์ทางน้ำ การปนเปื้อนของสารเคมีและขยะพลาสติกได้สร้างภาพลักษณ์ที่น่าเศร้าของชายหาดและมหาสมุทรที่เต็มไปด้วยขยะ

  1. การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ

   การสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพไม่เพียงแต่หมายถึงการสูญพันธุ์ของพืชและสัตว์เท่านั้น แต่ยังรวมถึงการทำลายป่าไม้และการบุกรุกพื้นที่ธรรมชาติที่เป็นที่อยู่อาศัยของสิ่งมีชีวิตมากมาย การหายไปของสัตว์ และพืชบางชนิดสามารถส่งผลกระทบลูกโซ่ต่อระบบนิเวศน์ ซึ่งอาจนำไปสู่ความไม่สมดุลทางธรรมชาติและความเสี่ยงที่จะสูญเสียทรัพยากรธรรมชาติที่สำคัญ

  1. ปัญหาขยะ

   ปัญหาขยะ โดยเฉพาะขยะพลาสติก และขยะอิเล็กทรอนิกส์ เป็นอีกหนึ่งความท้าทายสำคัญที่โลกเราต้องเผชิญ ขยะเหล่านี้ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเป็นปัญหาใหญ่ในการจัดการ และการกำจัดอย่างยั่งยืน ขยะอิเล็กทรอนิกส์โดยเฉพาะอาจมีสารพิษที่เมื่อไม่ได้รับการจัดการอย่างถูกต้องอาจปล่อยสารเคมีอันตรายออกสู่สิ่งแวดล้อม

   เพื่อเร่งแก้ไขวิกฤตสิ่งแวดล้อมเหล่านี้ การดำเนินการร่วมกันระหว่างรัฐบาล ภาคธุรกิจ และประชาชนจำเป็นต้องเกิดขึ้นอย่างเร่งด่วน ไม่ว่าจะเป็นการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การลดการใช้พลาสติกแบบใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้ง การส่งเสริมการใช้พลังงานสะอาด และการจัดการขยะอย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ การฟื้นฟู และอนุรัก

ผลกระทบต่อธุรกิจ

   การเผชิญหน้ากับวิกฤตสิ่งแวดล้อมไม่เพียงแต่ส่งผลกระทบต่อโลกของเราและการดำรงชีพของมนุษย์เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบอย่างมากต่อภาคธุรกิจด้วย ทั้งในด้านลบและด้านบวก ด้านล่างนี้คือการขยายความผลกระทบที่วิกฤตสิ่งแวดล้อมมีต่อธุรกิจ:

1.ต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้น

   เมื่อมาตรฐานสิ่งแวดล้อมเข้มงวดขึ้น ธุรกิจต่างๆ ต้องลงทุนมากขึ้นในการปรับปรุงกระบวนการผลิต ไม่ว่าจะเป็นการนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้เพื่อลดมลพิษ หรือการจัดการของเสียอย่างเหมาะสม การลงทุนเหล่านี้แม้จะเป็นการดำเนินการที่จำเป็น แต่ก็ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้น ทำให้ธุรกิจต้องค้นหาวิธีการลดต้นทุนอื่นๆ หรือถ่ายทอดต้นทุนเพิ่มเติมไปยังผู้บริโภค

2.ความยุ่งยากในการดำเนินงาน

   การปฏิบัติตามกฎหมายและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้นอาจทำให้กระบวนการดำเนินงานธุรกิจซับซ้อนมากขึ้น การต้องปฏิบัติตามข้อกำหนดที่เพิ่มขึ้นหมายถึงการต้องใช้เวลาและทรัพยากรมากขึ้นในการจัดการกับกฎระเบียบเหล่านี้ ทำให้ธุรกิจต้องมีการวางแผนและการจัดการที่ดีเพื่อลดผลกระทบต่อการดำเนินงาน

3.ความเสี่ยงต่อการถูกดำเนินคดี

   การไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย และมาตรฐานสิ่งแวดล้อมไม่เพียงแต่เป็นการส่งสัญญาณถึงการขาดความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อมเท่านั้น แต่ยังเพิ่มความเสี่ยงที่ธุรกิจจะต้องเผชิญกับการถูกดำเนินคดี การดำเนินคดี

แนวทางแก้ไขปัญหาวิกฤต

   เพื่อรับมือกับวิกฤตสิ่งแวดล้อม และ กฎหมายกรมโรงงาน ที่เข้มงวดมากขึ้น ธุรกิจต่างๆ มีหลายวิธีที่จะช่วยให้พวกเขาลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม พร้อมกับเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ นี่คือการทำความเข้าใจให้ง่ายขึ้นเกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติที่น่าสนใจ

1.ลงทุนในเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

   การใช้เทคโนโลยีสะอาดและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมไม่เพียงแต่ช่วยลดมลพิษและการปล่อยก๊าซเรือนกระจก แต่ยังสามารถเพิ่มประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิตในระยะยาว ตัวอย่างเช่น การใช้พลังงานหมุนเวียนเช่น พลังงานแสงอาทิตย์หรือลม หรือการนำระบบอัตโนมัติมาใช้ในกระบวนการผลิตเพื่อลดการใช้ทรัพยากร

2.พัฒนาระบบบริหารจัดการความปลอดภัย

   การมีระบบบริหารจัดการความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพไม่เพียงแต่ช่วยป้องกันอุบัติเหตุและเหตุฉุกเฉินได้ แต่ยังช่วยให้แน่ใจว่าการดำเนินงานของธุรกิจเป็นไปตามกฎหมายและมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง

3.ปรับกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ

   การปรับปรุงและปรับเปลี่ยนกระบวนการผลิตเพื่อให้มีประสิทธิภาพมากขึ้นสามารถช่วยลดการใช้ทรัพยากร ลดต้นทุนการผลิต และลดมลพิษที่เกิดขึ้นจากการผลิต การใช้วัสดุดิบที่ยั่งยืนและการรีไซเคิลก็เป็นส่วนหนึ่งของการปรับปรุงนี้

จากที่กล่าวมา
ในยุคที่วิกฤตสิ่งแวดล้อมกลายเป็นประเด็นร้อนที่ส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วนของสังคม ธุรกิจต่างๆ จำเป็นต้องปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายเหล่านี้ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงกฎหมาย และมาตรฐานสิ่งแวดล้อมที่เข้มงวดขึ้น การปรับตัวไม่เพียงแต่เน้นการลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม แต่ยังรวมถึงการสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีสีเขียว การพัฒนาระบบความปลอดภัยที่มีประสิทธิภาพ และการปรับปรุงกระบวนการผลิตให้มีประสิทธิภาพ และยั่งยืนมากขึ้น การดำเนินการเหล่านี้ไม่เพียงแต่ช่วยให้ธุรกิจสามารถปฏิบัติตามกฎหมาย และมาตรฐานที่เข้มงวดขึ้นได้ แต่ยังช่วยเปิดทางสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน สร้างภาพลักษณ์ที่ดีต่อสังคม และเปิดโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ที่เกิดจากความต้องการสินค้า และบริการที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม

ขั้นตอนการให้บริการ กำจัดกากอุตสาหกรรม

  1. เข้าพบลูกค้า เพื่อสอบถามรายละเอียด
  2. ดูหน้างานว่าเป็น waste ประเภทไหนบ้าง อันตราย หรือไม่อันตราย
  3. ประเมินว่าต้องใช้รถขนส่งประเภทไหน เช่น รถกระบะ4ล้อ, Roll off  Box ,  Roll off  Tank
  4. เก็บตัวอย่างเพื่อนำมาวิเคราะห์ทางกายภาพเบื้องต้น
  5. จัดทำใบเสนอราคาภายใน 2 วัน
  6. วิเคราะห์ LAB 7  วัน (ฟรี)
  7. ลูกค้าต้องเตรียมตัวอย่างเพื่อที่จะนำไปวิเคราะห์ประมาณ 1 กิโลกรัม/ตัวอย่าง
  8. เซลล์จะไปรับตัวอย่างเพื่อส่งวิเคราะห์กับห้องแลปที่ขึ้นทะเบียนกับกรมโรงงาน ใช้เวลา 7 วัน
  9. ส่งผลวิเคราะห์ให้กับทางลูกค้า
  10. ขออนุญาตกับกรมโรงงาน (3-5วัน)
  11. ลูกค้าที่ไม่เคยยื่นขออนุญาตในระบบกรมโรงงาน ทางเอ็นเทคฯ ดำเนินการสมัครการใช้บริการให้จนแล้วเสร็จ
  12. Support ข้อมูลการยื่นขออนุญาตให้กับลูกค้า (พร้อมผลวิเคราะห์ ถ้ามี)
  13. มีเจ้าหน้าที่คอยติดตามผลอนุญาตกับกรมโรงงานอุตสาหกรรมให้ ใช้เวลาประเมาน 3-5 วัน
  14. แจ้งวันขนส่งล่วงหน้า 12 ชั่วโมง – รถขนส่ง บริการ 24 ชั่วโมง
  15. เซลล์เช็ครถขนส่งให้กับลูกค้า
  16. เซลล์จัดเตรียมเอกสารกำกับการขนส่งกากของเสียออกนอกบริเวณโรงงาน

หากสนใจติดต่อสอบถาม “คลิก”

"หากคุณรู้สึกว่า ขั้นตอนหรือการดำเนินการเหล่านี้ ไม่ใช่สิ่งที่คุณถนัด ลองมาใช้บริการส่งกำจัดของเสียกับเราสิ!"

หมดกังวลกับขั้นตอนเหล่านี้

หากท่านเลือกใช้บริการเอ็น-เทคฯ
- เรามีทีมผู้เชี่ยวชาญให้คำปรึกษา ฟรี!
- เรามีทีมซัพพอร์ตยื่นขออนุญาตให้ ฟรี!
- เรามีเจ้าหน้าที่ติดตามผลการอนุมัติกับกรมโรงงานฯ หรืออุตสาหกรรมจังหวัด ฟรี!
- เรามีเจ้าหน้าที่คอยติดตาม และแจ้งเตือนก่อนที่ใบอนุญาตเดิมจะหมดอายุ ฟรี!

สนใจใช้บริการ กำจัดของเสีย
โทรเลย Hotline 24 ชม. : 086 318 8970
แอดไลน์ได้ที่ LINE : >>คลิกแอดไลน์<<

บริการฟรีๆ เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายหายห่วงให้ลูกค้าของเรา

✅หมดกังวลกับการดำเนินการผ่านระบบอิเล็คทรอนิกส์
✅หมดกังวลเรื่องงานเอกสาร มอบงานยุ่งๆให้เราดูแล
✅หมดกังวลเรื่องกฏหมาย เราเชี่ยวชาญพร้อมสนับสนุน
✅หมดกังวลเรื่องเวลา ให้เราติดตามและดูแลทุกขั้นตอนการติดตามผล
Free ที่ปรึกษา แนะนำทุกขั้นตอน พร้อมให้บริการตลอด 24 Hr.
ให้เรื่องกฏหมายกากอุตสาหกรรมเป็นเรื่องง่ายๆ สำหรับคุณ
โทรเลย ☎ : 0863188970 (24 ชั่วโมง)
📌 สอบถามและติดต่อบริการ
📲 : LINE : @entechnology

บริษัทรับกำจัดขยะโรงงานอุตสาหกรรม รับกำจัดกากอุตสาหกรรม รับกำจัดกากของเสีย รับกำจัดกากตะกอน รับทำลายสินค้า นำมาดำเนินการตามรายละเอียดใบอนุญาตประเภท 105  (3-105-145/47สป) และ ใบอนุญาตโรงงานประเภท 106 (3-106-5/48สป) ถูกต้องตามกฎหมาย โดยที่
– ใบอนุญาตประเภท 105 คือ เป็นการคัดแยกวัสดุที่ไม่ใช้แล้ว (011)
– ใบอนุญาตลำดับที่ 106 คือ การนำของเสียที่มีค่าความร้อนเช่น Solvent , น้ำมันใช้แล้ว , น้ำมันปนน้ำ , เศษผ้าปนเปื้อน , ขยะปนเปื้อน , วัสดุปนเปื้อน , ถุงมือปนเปื้อน , กากสี , COOLANT , สารดูดความชื้น , วัสดุพ่นขัดผิว , กากหมึกพิมพ์ เป็นต้น มาผ่านกระบวนการ BLENDING แล้วนำไปเป็นเชื้อเพลิงผสมให้กับโรงปูน (042) และหลอดไฟเสื่อมสภาพ , แบตเตอรี่ , กระป๋องสเปรย์, ผงคาร์บอน , SLAG , ผงเจียร  นำมาผ่านกระบวนการรีไซเคิล (049) และภาชนะปนเปื้อน นำมาผ่านกระบวนการล้างถัง (049)

♻️En-Tech บริการปรึกษาปัญหากากอุตสาหกรรมกับเราฟรี วางภาชนะบรรจุขยะฟรี แถมเรียกใช้บริการงาน 24ชม.

  • รับกำจัดกากของเสีย อันตราย และไม่อันตราย
  • รับตรวจวัดคุณภาพสิ่งแวดล้อม
  • รับขนส่งกากของเสีย
  • รับ WASTE ไปทำปุ๋ย
  • รับ CLEANING บ่อบำบัด รีโนเวท และ ดูแลระบบบ่อบำบัด
  • มีโรงปุ๋ยเป็นของตนเองเอง ที่ฉะเชิงเทรา
  • มีโรงงานเองที่มีใบอนุญาตถูกต้อง 105 และ 106
  • มีรถขนส่งเองที่มี วอ.8 และ GPS ทุกคัน
  • มีเจ้าหน้าที่ในการช่วยขนย้ายของเสีย ฟรี !!!!!!!!
  • มีเจ้าหน้าที่ที่ได้รับการอบรมทำงานในที่อับอากาศ

เหตุผล ที่ควรใช้บริการจากเรา ให้บริการ 24 ชั่วโมง ลูกค้าเรียกใช้บริการได้ทันที , มีรถขนส่งเองทุกประเภท ตอบสนองความต้องการลูกค้าได้ และบริการตรงเวลา , มีโรงปุ๋ยเป็นของตัวเอง ชำนาญและรู้วิธี ในการนำ Waste มาทำปุ๋ย , มีใบอนุญาต 105 และ 106 รับของเสียมา Blending , Recycle ได้เอง , มี Reference ลูกค้าใช้บริการทุกกลุ่มอุตสาหกรรม มีความเชี่ยวชาญการ กำจัดกากอุตสาหกรรม และไม่ผิดพลาด , ทำความสะอาดหน้างานหลังการขนงานเสร็จสิ้นทุกครั้ง ลูกค้าไม่ต้องจัดการเอง , ติดตั้ง GPS ที่รถทุกคัน, มีภาพถ่ายและเอกสารยืนยันการทำลาย เพื่อให้ลูกค้ามั่นใจว่าของเสียนำไปกำจัดแล้วจริง

Our Customer

ลูกค้าบางส่วนของเรา

รายชื่อที่จังหวัดที่เราให้บริการ

สมุทรปราการ นนทบุรี ปทุมธานี พระนครศรีอยุธยา อ่างทอง ลพบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท สระบุรี ชลบุรี ระยอง นทบุรี ตราด ฉะเชิงเทรา ปราจีนบุรี นครนายก สระแก้ว นครราชสีมา บุรีรัมย์ สุรินทร์ ศรีสะเกษ อุบลราชธานี ยโสธร ชัยภูมิ อำนาจเจริญ บึงกาฬ หนองบัวลำภู ขอนแก่น อุดรธานี เลย หนองคาย มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธุ์ สกลนคร นครพนม มุกดาหาร เชียงใหม่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ แพร่ น่าน พะเยา เชียงราย แม่ฮ่องสอน นครสวรรค์ อุทัยธานี กำแพงเพชร ตาก สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ ราชบุรี กาญจนบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม สมุทรสาคร สมุทรสงคราม เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ นครศรีธรรมราช กระบี่ พังงา ภูเก็ต สุราษฎร์ธานี ระนอง ชุมพร สงขลา สตูล ตรัง พัทลุง ปัตตานี ยะลา นราธิวาส